ตลาดคริปโตเคลื่อนสู่ ‘ยุคใหม่’ เมื่อการลงทุนเปลี่ยนมือจากรายย่อยสู่สถาบัน
ตลาดคริปโตเคลื่อนเข้าสู่ ‘รอบใหม่ที่สอง’ ซึ่งขับเคลื่อนโดยนักลงทุนสถาบัน แทนที่โมเมนตัมจากนักลงทุนรายย่อยในช่วงที่ผ่านมา โดย *ไบแนนซ์ รีเสิร์ช* เปิดเผยว่า ตลาดคริปโตกำลังปรับตัวสู่โครงสร้างใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเงินทุนระยะยาวจากองค์กรและสถาบันต่างๆ ทั่วโลก
รายงาน ‘สรุปเศรษฐกิจมหภาคประจำสัปดาห์’ จากไบแนนซ์ระบุว่า การเปลี่ยนผ่านนี้เริ่มชัดเจนขึ้นหลังจากการอนุมัติ *บิตคอยน์(BTC) ETF แบบซื้อขายตามราคาในตลาดจริง* ที่สหรัฐฯ ช่วงต้นปี 2024 ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทำให้กลุ่มทุนดั้งเดิมเริ่มเข้ามาจัดสรรสินทรัพย์คริปโตในเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่เพียงเป็นสินทรัพย์เสี่ยงสำหรับนักลงทุนรายย่อยตามกระแสอีกต่อไป
ไบแนนซ์ยังระบุว่ารัฐบางประเทศ โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่ กำลังถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลในระดับประเทศ ขณะที่แนวโน้มในรัฐสภาสหรัฐฯ ก็เริ่มเห็นการเตรียมวางยุทธศาสตร์เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนโครงสร้างใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นในตลาดคริปโตโลก
การเปลี่ยนแปลงสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงการเร่งตัวของสถาบันคือ การที่ *มอร์แกน สแตนลีย์* ยื่นเอกสารขออนุญาตกองทุน ETF ที่เกี่ยวข้องกับทั้ง *บิตคอยน์* และ *โซลานา(SOL)* ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) โดยไม่ได้จำกัดแค่บทบาทผู้ให้บริการซื้อขายอีกต่อไป แต่มีเป้าหมายจะเข้ามาเป็นผู้นำด้านการจัดการสินทรัพย์คริปโตอย่างเต็มตัว
*ความคิดเห็น*: การเคลื่อนไหวของมอร์แกน สแตนลีย์ อาจเป็นแรงกดดันให้ *โกลด์แมน แซคส์* และ *เจพีมอร์แกน* ต้องเร่งเดินเกมในทิศทางเดียวกัน
ในส่วนของความกังวลเรื่องความเสี่ยงจากการหลุดออกจากดัชนี MSCI ก็ได้รับการคลี่คลายเช่นกัน โดย MSCI เลื่อนการตัดสินใจออกไป ทำให้สินทรัพย์ที่เน้นการบริหารจัดการด้านการเงินในรูปแบบดิจิทัล (DAT) ไม่ต้องเผชิญการบังคับขายจำนวนสูงถึง 10,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.4 ล้านล้านวอน ตามการคำนวณในเบื้องต้น
เศรษฐกิจโลกเปลี่ยน จับตาการจัดพอร์ตใหม่ในตลาดคริปโต
ในรายงานฉบับเดียวกัน ไบแนนซ์ รีเสิร์ชระบุว่า สินทรัพย์ดิจิทัลเริ่มถูกมองว่าเป็นทางเลือกสำคัญต่อการลงทุนในพอร์ตที่เคยเน้นหุ้นเป็นหลัก โดยเฉพาะเมื่อผลตอบแทนของกลุ่มหุ้นเทคขนาดใหญ่ ‘แมกนิฟิเซนต์เซเว่น’ (Magnificent Seven) เริ่มกระจุกตัวมากขึ้นในดัชนี S&P500
ข้อมูลชี้ว่า 10 บริษัทชั้นนำใน S&P500 คิดเป็น *53% ของผลตอบแทนทั้งหมด* ในปี 2025 ซึ่งก่อให้เกิด *ความเสี่ยงจากการกระจุกตัว* ในการลงทุนแบบดั้งเดิม นักลงทุนสถาบันจึงเริ่มมองหาสินทรัพย์ใหม่ที่สามารถเป็นกลุ่มเติบโตทางเลือก เช่น คริปโตและสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ
ขณะเดียวกัน การคาดการณ์เกี่ยวกับ ‘*การลดจำนวนรางวัลการขุดบิตคอยน์*’ หรือการ Halving ก็ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันความสนใจของนักลงทุนสถาบัน บางวิเคราะห์ยังเชื่อว่า จุดสูงสุดเดิมของราคาบิตคอยน์ในเดือนตุลาคมที่ระดับ *126,000 ดอลลาร์* อาจยังไม่ใช่จุดสูงสุดสุดท้าย
รายงานสรุปว่า การเปลี่ยนผ่านที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ใช่เพียงกระแสระยะสั้น แต่เป็น ‘การปรับโครงสร้างถาวรของตลาดคริปโต’ สินทรัพย์ดิจิทัลกำลังขยับจากบทบาท ‘เครื่องมือเก็งกำไร’ ไปสู่ ‘ทางเลือกในการจัดสรรสินทรัพย์ของนักลงทุนสถาบัน’ อย่างเต็มรูปแบบ
ความคิดเห็น 0