เอ็นวีเดีย(NVDA) ทุ่มเงินลงทุนกว่า 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในบริษัทโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ชื่อดังของสหรัฐอย่างคอร์วีฟ(CoreWeave) เพื่อเร่งขยายขีดความสามารถของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์(AI) โดยความร่วมมือครั้งใหญ่นี้รวมถึงแผนสร้าง ‘โรงงาน AI’ ขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งอาจเร่งให้เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยี AI อย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 27 (เวลาท้องถิ่น) คอร์วีฟเปิดเผยว่าได้รับเงินลงทุนจำนวน 2.6 พันล้านดอลลาร์จากเอ็นวีเดีย ผ่านการจัดสรรหุ้นสามัญ(Class A) ในราคาหุ้นละ 87.2 ดอลลาร์ โดยคอร์วีฟเป็นผู้ให้บริการคลาวด์เฉพาะทางสำหรับ GPU ที่รองรับงานด้าน AI ซึ่งเริ่มจับมือกับเอ็นวีเดียตั้งแต่ปี 2020 ภายใต้โครงการพาร์ตเนอร์คลาวด์เซอร์วิส และมีการขยายความร่วมมือมาอย่างต่อเนื่อง
ข่าวการลงทุนครั้งนี้ส่งผลให้ราคาหุ้นนอกตลาดของคอร์วีฟ(CRWV) พุ่งขึ้นกว่า 10% ในช่วงพรีมาร์เก็ต สะท้อนความคาดหวังจากตลาดว่าการแข่งขันในด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับปริมาณการประมวลผล AI ที่เพิ่มสูงขึ้นจะร้อนแรงขึ้นอีกในอนาคตอันใกล้
เอ็นวีเดียและคอร์วีฟยังประกาศแผนขยายระยะยาว โดยมีเป้าหมายสร้างโรงงาน AI (AI Factory) ที่มีกำลังการประมวลผลรวมถึง 5 กิกะวัตต์(GW) ภายในปี 2030 โดยจะนำเทคโนโลยีล้ำสมัยของเอ็นวีเดียมาใช้แบบเต็มรูปแบบ ได้แก่ ชิพประมวลผล ‘รูบิน(Rubin)’, หน่วยประมวลผล CPU แบบปรับแต่งสำหรับ AI ‘เวรา(Vera)’ และระบบเครือข่ายและจัดเก็บข้อมูล ‘บลูฟิลด์(BlueField)’
นอกจากนี้ เอ็นวีเดียยังจะสนับสนุนคอร์วีฟในด้านอสังหาริมทรัพย์ การจัดหาพลังงาน และการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงการร่วมวางรากฐาน ‘ระบบนิเวศของโรงงาน AI’ โดยทั้งสองบริษัทอย่างแท้จริง
ทางด้าน เจนเซน หวง(Jensen Huang) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของเอ็นวีเดีย กล่าวว่า “AI กำลังก้าวไปสู่ระดับใหม่ และนี่คือการเริ่มต้นของโครงการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ” พร้อมยอมรับว่าคอร์วีฟคือ “พันธมิตรที่ทรงพลังที่สุดในอุตสาหกรรม” ในด้านความเชี่ยวชาญและความสามารถด้าน AI Factory
โรงงาน AI ถือเป็นศูนย์ข้อมูลที่ใช้เซิร์ฟเวอร์กำลังสูงและ GPU ขั้นสูง เพื่อรองรับการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ทั้งในรูปแบบระบบสร้างข้อความ (Generative AI) และโมเดลภาษาขนาดใหญ่(LLM) ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงการใช้งานในเชิงพาณิชย์มากยิ่งขึ้น ทางคอร์วีฟให้ข้อมูลว่า ลูกค้าของบริษัทส่วนใหญ่กำลังย้ายจากการวิจัยไปสู่การใช้งานจริง ทำให้ความต้องการศูนย์ข้อมูลพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว
ไมเคิล อินทราเทอร์(Michael Intrator) ซีอีโอของคอร์วีฟ กล่าวเสริมว่า “ความต้องการในตลาด AI และความจำเป็นในการขยายโครงสร้างพื้นฐานมีมากกว่าที่เคยเป็นมา” พร้อมชี้ว่าความร่วมมือที่ขยายตัวในรอบนี้เป็นภาพสะท้อนถึงฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ทั้งสองบริษัทยังอยู่ระหว่างการทดสอบซอฟต์แวร์บริหารจัดการสำหรับโรงงาน AI อย่าง ‘ซันก์(SUNK)’ และ ‘คอร์วีฟ มิชชั่นคอนโทรล’ พร้อมกันนี้ ยังอยู่ในการหารือเพื่อนำฟีเจอร์บางส่วนไปรวมไว้ในสถาปัตยกรรมอ้างอิงคลาวด์ของเอ็นวีเดียในอนาคตอีกด้วย
การขยับตัวครั้งนี้ของเอ็นวีเดียสะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านบทบาทของบริษัทจากผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ AI ไปสู่ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มคลาวด์อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางล่าสุดที่มีการร่วมมือใกล้ชิดกับคู่ค้าระดับกลยุทธ์อย่างสตาร์ตอัป Strategy ในการขยายระบบโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างเร่งด่วน
ความคิดเห็น 0