Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เซตาเชน(ZetaChain) เปิดตัวเวอร์ชัน 2.0 ผสาน AI กับบล็อกเชน มุ่งสร้างระบบคุ้มครองข้อมูลผู้ใช้

เครือข่ายบล็อกเชน 'เซตาเชน(ZetaChain)' เปิดตัวเวอร์ชัน 2.0 ร่วมกับอินเทอร์เฟซ AI รุ่นใหม่ 'อนูมา(Anuma)' มุ่งสร้างระบบ AI ที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีเป้าหมายในการต่อยอดแนวคิดเรื่องความเป็นส่วนตัวสู่โลกของปัญญาประดิษฐ์ คล้ายกับสิ่งที่เว็บเบราว์เซอร์ 'เบรฟ(Brave)' ได้เคยทำมาก่อน

อังกูร์ นานด์วานี(Ankur Nandwani) ผู้ร่วมพัฒนาโทเคนเบสิกอะแทนชัน(BAT) ของเบรฟ ซึ่งปัจจุบันเป็นหนึ่งในทีมเบื้องหลังของเซตาเชน เปิดเผยว่า “BAT ได้พิสูจน์แล้วว่าการให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวช่วยดึงดูดผู้ใช้จำนวนมาก และเซตาเชน 2.0 ก็คือการนำแนวทางนี้มาใช้กับโลก AI”

‘เซตาเชน 2.0’ ขับเคลื่อนด้วยสององค์ประกอบหลัก ได้แก่ 'พอร์ทัล AI' และ 'เลเยอร์หน่วยความจำส่วนตัว' พอร์ทัล AI จะรวมโมเดล AI หลากหลายเข้าไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ทำให้นักพัฒนาสามารถใช้งานแบบผสมผสานโดยไม่ต้องยึดติดกับผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง ขณะที่หน่วยความจำส่วนตัว จะเข้ารหัสบริบทของผู้ใช้และจัดการสิทธิ์การเข้าถึงอย่างเข้มงวด เพื่อยืนยันว่าข้อมูลของผู้ใช้อยู่ในการควบคุมในทุกช่วงเวลา

ทางเซตาเชนเชื่อว่า โครงสร้างใหม่นี้จะช่วยลดปัญหาใหญ่ที่ยังไม่มีคำตอบในวงการ AI เช่น การนำโมเดลหลายตัวมาใช้งานร่วมกัน, การสร้างโครงสร้างพื้นฐานซ้ำซ้อน และความเสี่ยงจากข้อมูลรั่วไหล

‘อนูมา’ ซึ่งเป็นอินเทอร์เฟซแรกบนเซตาเชน 2.0 ถูกออกแบบให้ผู้ใช้สามารถพูดคุยและสลับการใช้งานระหว่างโมเดล AI ต่างๆ ได้อย่างไร้รอยต่อ ระบบสามารถจดจำบริบทของการสนทนาเดิมได้โดยไม่มีข้อมูลถูกส่งออกภายนอก ทั้งนี้ อนูมาเปิดให้ผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมล่วงหน้าผ่านบัญชีรอคิว

"ความคิดเห็น: เซตาเชนกำลังเสนอทางออกที่สมดุลระหว่างความหลากหลายของ AI และความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญของยุคนี้"

แม้ว่ารายงานจากแมคคินซีย์จะระบุว่าแชตจีพีทีสามารถดึงดูดผู้ใช้ 100 ล้านรายภายในสองเดือน และคาดว่าโอเพนเอไอจะมีผู้ใช้งานรายสัปดาห์สูงถึง 800 ล้านคนภายในสิ้นปี 2025 แต่กลับมีเพียง 9% เท่านั้นที่ใช้บริการผู้ช่วย AI แบบต่อเนื่อง เหตุผลหนึ่งมาจากระบบที่ยังไม่เชื่อมต่อกันดีพอ ซึ่งก่อให้เกิดความซับซ้อนและต้นทุนสูงสำหรับนักพัฒนา

เซตาเชน ซึ่งเริ่มต้นในโลกเว็บ3 โดยเน้นการรวมแอปฯ ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ปัจจุบันมีผู้ใช้กว่า 11.5 ล้านราย และมียอดธุรกรรมสะสมกว่า 225 ล้านรายการ พร้อมรองรับทรัพย์สินดิจิทัลอย่างบิตคอยน์(BTC)ภายในระบบเดียว ในเวอร์ชัน 2.0 เซตาเชนได้ขยายคุณสมบัติเหล่านี้ไปยังวงการ AI โดยนำเสนอเครื่องมือ SDK ใหม่ที่รวมตั้งแต่เลเยอร์หน่วยความจำส่วนตัว, ความสามารถในการทำงานร่วมกันของโมเดล, ไปจนถึงการชำระเงินแบบออนเชนและออฟเชนไว้ในรูปแบบ ‘ชุดเครื่องมือเดียว’

ในปี 2023 เซตาเชนระดมทุนได้ถึง 2,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,936 ล้านบาท) จากกลุ่มนักลงทุนระดับแนวหน้าอย่าง บล็อกเชนดอทคอม, ฮิวแมนแคปิตอล, วีวายแคปิตอล, เจนสตรีทแคปิตอล และจีเอสอาร์ พร้อมเร่งขยายฐานผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง

การเปิดตัว ‘เซตาเชน 2.0’ ครั้งนี้มีความสำคัญอย่างมากในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรม AI กำลังมองหาวิธีตอบโจทย์ด้าน ‘ความเป็นส่วนตัว’ และ ‘ความเชื่อมโยงข้ามแพลตฟอร์ม’ หากโครงสร้างแบบ ‘แอปฯ เดียวจบ’ นี้ได้รับความนิยม อาจเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาและการใช้งาน AI และบล็อกเชนในอนาคตก็เป็นได้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1