สำนักงานเจ้าหน้าที่มาร์แชลของสหรัฐฯ (US Marshals Service) ได้เริ่มการสอบสวนกรณี *คริปโตเคอร์เรนซี* มูลค่ากว่า *540 พันล้านวอน* (ประมาณ *574 ล้านบาท*) ถูกขโมยจากบัญชีที่ถูกยึดโดยรัฐบาล ซึ่งมีบุตรชายของผู้บริหารบริษัทรับเก็บทรัพย์สินรัฐบาลแห่งหนึ่งที่เป็นผู้ต้องสงสัยหลักในคดีนี้
เหตุการณ์นี้ถูกเปิดเผยโดย *ZachXBT* ผู้เชี่ยวชาญด้านการติดตามคริปโต ที่อ้างว่าได้ตรวจพบความผิดปกติในช่วงปี *2024* และ *2025* เกี่ยวกับการไหลของเงินจากกระเป๋าเงินที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลไปยังบัญชีส่วนตัว โดยมีความเชื่อมโยงกับ *จอห์น ดากิตา(John Daghita)* บุตรชายของ *ดีน ดากิตา(Dean Daghita)* ผู้บริหารของบริษัท *Command Services & Support(CMDSS)* ซึ่งได้รับสัญญาจากรัฐบาลสหรัฐฯ ให้ดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกยึด
ZachXBT เผยผ่านบัญชี *X (เดิม Twitter)* ว่าคริปโตที่หายไปมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า *4,000 ล้านดอลลาร์* ซึ่งรวมถึง *อีเธอเรียม(ETH)* จำนวน *12,540 เหรียญ* คิดเป็นมูลค่าราว *36 ล้านดอลลาร์* ในช่วงเวลานั้น โดยเขาได้รายงานบางส่วนของที่อยู่กระเป๋าเงินดังกล่าวไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งคืนเหรียญตัวอย่างที่ได้รับมาไปยังบัญชีของรัฐบาล
โฆษกของสำนักงานเจ้าหน้าที่มาร์แชลตอบสั้น ๆ กับ *Cointelegraph* ว่า “การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่” โดยไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับช่วงเวลาที่เริ่มต้นการสืบสวนหรือว่าเหตุใดถึงเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นตั้งแต่แรก เรียกได้ว่า *หน่วยงานภาครัฐยังให้ข้อมูลจำกัด*
ในฝั่งของทำเนียบขาว *แพทริก วิตต์(Patrick Witt)* ผู้อำนวยการแผนกให้คำปรึกษาด้านสินทรัพย์ดิจิทัล ระบุว่า “กำลังดำเนินการรับมือกับเหตุการณ์นี้” ซึ่งถือเป็นการยอมรับถึงความร้ายแรงของเรื่องที่เกิดขึ้น
ที่ผ่านมา *รัฐบาลสหรัฐฯ* ได้ยึด *บิตคอยน์(BTC)* เป็นจำนวนมากจากการปราบปรามทางอาญา โดยข้อมูลจาก *BTC Treasuries* ระบุว่า รัฐบาลเป็นเจ้าของบิตคอยน์มากถึง *328,372 เหรียญ* คิดเป็นมูลค่ากว่า *30 พันล้านดอลลาร์* หรือประมาณ *43 ล้านล้านวอน* ซึ่งหากเหตุการณ์การโจรกรรมครั้งนี้เป็นความจริง อาจสร้างความสั่นคลอนต่อความไว้วางใจในระบบการบริหารทรัพย์สินดิจิทัลของภาครัฐอย่างรุนแรง
*ความคิดเห็น*: กรณีนี้ตอกย้ำถึงความเปราะบางของระบบการจัดเก็บและดูแลคริปโตของรัฐ แม้อยู่ภายใต้หน่วยงานที่มีอำนาจสูงสุดอย่างเจ้าหน้าที่มาร์แชลของสหรัฐฯ เองก็ตาม ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวและมาตรการต่อไปของรัฐบาลจะเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
ความคิดเห็น 0