บีเอ็นบีเชน(BNB Chain) เดินหน้าพัฒนาเครือข่ายโดยให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพที่รองรับ ‘การใช้งานจริง’ มากกว่าตัวเลขทางทฤษฎี โดยในปี 2025 บีเอ็นบีเชนได้สร้างสถิติใหม่ ด้วยปริมาณธุรกรรมรวมทั่วทั้งระบบแตะระดับ 1,431 ล้านล้านบาท แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่มั่นคงของแพลตฟอร์มที่ยึดโยงกับความต้องการของผู้ใช้จริง
ในโอกาสครบรอบ 5 ปี บีเอ็นบีเชนมีผู้ใช้งานเฉลี่ยต่อวันกว่า 4 ล้านราย ใช้งานบนบีเอ็นบีสมาร์ตเชนและโซลูชันขยายขนาด ‘opBNB’ โดยในบางช่วง เวลามีธุรกรรมประจำวันพุ่งสูงถึง 31 ล้านธุรกรรม ทั้งนี้กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเงินแบบกระจายศูนย์(DeFi), การซื้อขาย และการชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ส่งผลให้มูลค่าทรัพย์สินรวมในระบบ หรือ TVL (Total Value Locked) เพิ่มขึ้นถึง 40% สิ้นปีแตะระดับประมาณ 66,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 94,454 ล้านบาท กระเป๋าเงินดิจิทัลที่ไม่ซ้ำกัน (unique wallets) ทะลุ 700 ล้านใบ
สิ่งที่น่าจับตามอง คือการเติบโตอย่างรวดเร็วของ *สเตเบิลคอยน์* และ *โทเคนสินทรัพย์ในโลกจริง*(RWA: Real World Assets) ภายในระบบนิเวศของบีเอ็นบีเชน โดยสเตเบิลคอยน์ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเสริมอีกต่อไป แต่กลายเป็น ‘ช่องทางการชำระเงินหลัก’ ซึ่งในปี 2025 มูลค่ารวมเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า แตะระดับ 15,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 214,665 ล้านบาท *ความคิดเห็น*: มูลค่ายิ่งสูงยิ่งแสดงถึงระดับความเชื่อมั่นต่อการใช้งานจริงในระบบที่มีต้นทุนต่ำและโปร่งใส
ขณะเดียวกัน *โครงการโทเคนสินทรัพย์ในโลกจริง* ที่นำโดยองค์กรการเงินใหญ่ เช่น แบล็คร็อก, แฟรงคลิน เทมเพิลตัน และแวนเอ็ก ยังช่วยผลักดันมูลค่าการออกโทเคนจากเดิม 3.7 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 52.8 ล้านบาท) ขึ้นสู่ระดับ 2,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 28,622 ล้านบาทในสิ้นปี ส่งผลต่อแนวทางการออกแบบระบบที่เน้นความเสถียรและประสิทธิภาพ
ในด้านเทคนิค บีเอ็นบีเชนได้ดำเนินการอัปเกรดหลายครั้งในปี 2025 ไม่ว่าจะเป็นการอัปเกรด ‘ปาสกาล’, ‘ลอเรนซ์’ และ ‘แมกซ์เวลล์’ ทั้งหมดมุ่งเน้นปรับเวลาสร้างบล็อกและการยืนยันธุรกรรมให้รวดเร็วและเสถียรยิ่งขึ้น ก่อนที่จะเดินหน้า ‘เฟอร์มี’ (Fermi) ฮาร์ดฟอร์กในต้นปี 2026 ที่ลดเวลาสร้างบล็อกจาก 0.75 วินาที เหลือเพียง 0.45 วินาที และยังสามารถรับมือกับโหลดสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อีกหนึ่งจุดเด่นคืออัตราค่าธรรมเนียมเฉลี่ย (gas fee) ที่ลดลง โดยไม่กระทบต่อรายได้ของผู้ตรวจสอบธุรกรรม พร้อมมีการปรับกลไกเพื่อลดกิจกรรม MEV (มูลค่าการสกัดโดยผู้ขุด) ที่ไม่เป็นธรรมภายในระบบมากกว่า 95% *ความคิดเห็น*: ชี้ให้เห็นถึงการใส่ใจต่อความเป็นธรรมและผลประโยชน์ของผู้ใช้ในระบบนิเวศทั้งหมด
สำหรับปี 2026 บีเอ็นบีเชนมีแผนเปิดตัว ‘เชนเฉพาะด้านการเทรด’ เป็นเครือข่ายใหม่ที่ออกแบบมาสำหรับแอปพลิเคชันที่ต้องการความเร็วและความแน่นอนสูง เป็นกลยุทธ์ในการกระจายภาระของเชนหลักและรองรับปริมาณธุรกรรมในอนาคต
ตลอดทั้งปี บีเอ็นบีเชนแสดงให้เห็นว่าความสำเร็จในวงการคริปโตไม่จำเป็นต้องอิงสเปคสูงสุดเสมอไป แต่ควรเน้นที่ความพร้อมใช้งานจริง เชื่อถือได้ และคุ้มค่าต่อผู้ใช้ ซึ่งอาจกลายเป็น *มาตรฐานใหม่ของวงการบล็อกเชน* ในอนาคต
ความคิดเห็น 0