วิตาลิก บูเตอรินร่วมก่อตั้งอีเธอเรียม(ETH) ทำกำไรกว่า 97,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1.38 ล้านบาท) จากแพลตฟอร์มตลาดคาดการณ์โพลิมาร์เก็ต (Polymarket) ด้วยกลยุทธ์ที่เขาเรียกว่า ‘โหมดต่อต้านความบ้าคลั่ง’ ซึ่งมุ่งเน้นเดิมพันกับเหตุการณ์สุดโต่งที่มีความเป็นไปได้ต่ำ โดยเชื่อว่าจะ *ไม่* เกิดขึ้นจริง เช่น การล่มสลายของดอลลาร์สหรัฐฯ หรือการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ
ข้อมูลดังกล่าวเปิดเผยในการสัมภาษณ์กับ Foresight News ในจังหวัดเชียงใหม่ โดยบูเตอรินระบุว่า เขาใช้ 'โหมดต่อต้านความบ้าคลั่ง' เพื่อจับจังหวะช่วงที่ตลาดหลงไหลในความบ้าคลั่งและคาดการณ์เหตุการณ์ที่ *ไม่มีทางเป็นจริง* เพื่อเก็งกำไรจาก *ความเป็นจริง* ที่จะกลับคืนมา เขาให้ความเห็นว่า การเดิมพันว่า ‘เหตุการณ์บ้าคลั่งจะไม่เกิดขึ้น’ กลายเป็นกลยุทธ์ทำกำไรที่ได้ผล
บูเตอรินกล่าวด้วยว่า ตลาดคาดการณ์เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยจำนวนการติดตั้งแอปโพลิมาร์เก็ตเพิ่มขึ้นถึง 1,200% ในปี 2025 และมูลค่าการซื้อขายรายสัปดาห์ก็พุ่งจาก 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (คิดเป็นประมาณ 8.59 แสนล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม บูเตอรินแสดงความ *กังวล* ต่อทิศทางของวงการคริปโตในปัจจุบัน โดยระบุว่าภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดต่ออีเธอเรียมคือ “ระบบนิเวศของคริปโตอาจกลายเป็นแค่ตลาดการเก็งกำไรร้อยเปอร์เซ็นต์” แม้จะมีความก้าวหน้าทางเทคนิค แต่ยังไม่มีการใช้งานที่สร้างสรรค์ในระดับสังคม และเสริมว่า “เทคโนโลยีก้าวหน้า แต่แอปพลิเคชันที่มีความหมายยังไม่เกิดผลงานที่ชัดเจน”
ในด้านเทคโนโลยี บูเตอรินกล่าวว่า อีเธอเรียมได้ปรับขยาย Gas Limit จาก 30 ล้านเป็น 60 ล้าน และมีแผนจะเพิ่มเป็น 300 ล้านภายในปีนี้ แต่ยังเผชิญปัญหาเทคนิคในกระบวนการนี้ เช่นจากรายงานของ MigaLabs ที่ชี้ว่าเมื่อจำนวน blob เกิน 16 อัน อัตราความผิดพลาดของระบบจะสูงถึง 1.7%
นอกจากนี้เขายังระบุว่า ท่ามกลาง DApp ส่วนใหญ่ที่ชะลอตัว *ตลาดคาดการณ์* คือแอปพลิเคชันเดียวที่ยังเติบโตอย่างโดดเด่น แต่กังวลว่าเนื้อหาส่วนใหญ่ยังคงเน้นเพียงราคาสั้นๆ หรือผลกีฬา ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง บูเตอรินเสนอว่าจะต้องพัฒนาไปสู่โครงสร้างแรงจูงใจระยะยาว เช่น โมเดล “Futarchy” ที่โครงการเมตาดาว (MetaDAO) กำลังทดลองใช้งาน โดยเป็นระบบ Governance ที่เสนอโดยนักเศรษฐศาสตร์ โรบิน แฮนสัน ที่ใช้การคาดการณ์เชิงตลาดเพื่อกำหนดนโยบาย
สำหรับแอปพลิเคชันที่เขาให้ความสนใจในอนาคต ได้แก่ แพลตฟอร์มโซเชียลแบบไร้ศูนย์กลาง และ DAO ที่ใช้งานได้จริง โดยตั้งเป้าให้ DAO มีโครงสร้างการบริหารที่เหมาะกับเป้าหมายของแต่ละองค์กร แทนที่จะจำกัดอยู่ในรูปแบบการโหวตแบบเดิม
ในแง่ระบบออราเคิล บูเตอรินเปิดเผยข้อบกพร่องร้ายแรงที่อาจฉุดรั้งความน่าเชื่อถือของตลาดคาดการณ์ ยกตัวอย่างกรณีการรายงานผลจาก Institute for the Study of War (ISW) ว่าสถานีรถไฟแห่งหนึ่งในยูเครนถูกยึดโดยกองทัพรัสเซียโดยอ้างอิงจากแผนที่ผิดพลาด ทำให้การคาดการณ์ในโพลซึ่งเคยมีความน่าจะเป็นเพียง 5% กลายเป็น ‘เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง’ ทันที
เขาเตือนว่า ระบบออราเคิลที่ใช้อยู่ทั้งแบบศูนย์กลาง (เหมือน Bloomberg) และแบบโหวตด้วยโทเคน ต่างมีข้อจำกัด กล่าวคือ แบบแรกต้องพึ่งพาแหล่งข้อมูลเพียงเจ้าเดียว ขณะที่แบบหลังอาจนำไปสู่ “เสียงโหวตของวาฬ” จนทำให้ความจริงถูกเบี่ยงเบน และอาจเกิด *ระบบที่แม้จะเลือกความจริง กลับยังขาดทุน* หากขัดกับเสียงส่วนใหญ่
ในแง่ของธุรกิจ โพลิมาร์เก็ตได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการกำกับสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสหรัฐฯ (CFTC) ให้กลับเข้าตลาดสหรัฐฯ และเปิดใช้งานด้วยค่าธรรมเนียมต่ำเพียง 0.1% อีกทั้งยังได้รับเงินลงทุนมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากบริษัทอินเตอร์คอนติเนนทัล เอ็กซ์เชนจ์ และขณะนี้มีมูลค่าบริษัทสูงถึง 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ถึงแม้เรื่องราวจะเริ่มจากการทำกำไรส่วนตัวของบูเตอริน แต่สิ่งที่เขาต้องการสะท้อนผ่านบทสัมภาษณ์คือ *การวิเคราะห์เชิงลึกต่อสถานะและอนาคตของระบบนิเวศคริปโตและตลาดคาดการณ์* ที่ควรจะก้าวพ้นจากความบันเทิง และกลายเป็นเครื่องมือเพื่อสังคมอย่างแท้จริง ความคิดเห็น: เป็นอีกหนึ่งเสียงเตือนจากผู้ร่วมวางรากฐานวงการคริปโต ว่าเทคโนโลยีโดยลำพังไม่เพียงพอ หากไม่มีกลไกเพื่อ “ประโยชน์ของสาธารณะ” ควบคู่กันไป
ความคิดเห็น 0