นักวิเคราะห์เผย ‘นักถือครองระยะยาว’ เทขายบิตคอยน์กว่า 370,000 BTC ในเดือนเดียว อาจกระทบแรงต่อความเชื่อมั่น
ข้อมูลล่าสุดพบว่า *นักถือครองระยะยาว* ของบิตคอยน์(BTC) ได้ทำการ *เทขาย* เหรียญกว่า *370,000 BTC* ภายในช่วง *30 วัน* ที่ผ่านมา ซึ่งสูงกว่าตัวเลขที่แสดงในสถิติบางชุดมาก โดยเฉพาะจากตัวชี้วัดยอดนิยมอย่าง *การเปลี่ยนแปลงสถานะสุทธิ (Net Position Change)* ซึ่งทำให้เกิด ‘ความเข้าใจผิด’ เกี่ยวกับแรงเทขายในตลาด ตามการรายงานของบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน *Glassnode* เมื่อวันที่ 29 (เวลาท้องถิ่น)
Glassnode ระบุว่า ปริมาณบิตคอยน์กว่า 370,000 BTC ที่ถูกขายออกจากกระเป๋าของนักถือครองระยะยาวนั้น เทียบเท่ากับเฉลี่ย *วันละประมาณ 12,000 BTC* คิดเป็นมูลค่าราว *1.15 แสนล้านบาท* ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันที่ BTC ราคาอยู่ที่ประมาณ 42,000 ดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม ตัวชี้วัด ‘Net Position Change’ กลับรายงานว่า ปริมาณ BTC ในมือของกลุ่ม LTH ลดลงเพียง 144,000 BTC เท่านั้นในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่ง Glassnode ให้เหตุผลว่า ตัวเลขนี้ไม่สามารถสะท้อนการขายจริงทั้งหมดได้ เนื่องจากวิธีคำนวณจะรวม BTC ที่เพิ่งเข้าสู่สถานะ LTH (ถือเกิน 1 ปี) เป็นค่าบวกเพื่อลดผลรวมของยอดขายออก
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นข้อจำกัดของตัวชี้วัด Net Position Change ที่เน้นความเปลี่ยนแปลงสุทธิ มากกว่าการแยกยอดขายจริงออกจากยอดที่เข้าสู่สถานะ LTH ตัวอย่างเช่น ช่วงเดือนที่ผ่านมา มี BTC ประมาณ *226,000 เหรียญ* ที่เพิ่งครบกำหนดช่วงเวลา 1 ปีและถูกนับเข้าสู่กลุ่ม LTH จึงทำให้ภาพรวมยอดขายสุทธิที่รายงานดูเบากว่าความเป็นจริง
Glassnode แนะว่า นักลงทุนและนักวิเคราะห์ควรให้ความสำคัญกับ *ยอดขายรวม (Gross Spent Volume)* แทนที่จะโฟกัสแค่ตัวเลขสุทธิ เพราะจะช่วยสะท้อน *แรงขาย* ที่แท้จริงจากกลุ่ม LTH ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
*ผลกระทบ* ที่ตามมาจากการขายขนาดใหญ่นี้อาจรุนแรงพอสมควร เพราะนักถือครองระยะยาวมักเป็นกลุ่มที่ไม่เคลื่อนไหวบ่อย การที่พวกเขาเริ่มขายถูกมองว่าอาจเป็น *สัญญาณของช่วงตลาดขาลง* ได้ และในทางจิตวิทยา มักสร้างแรงกดดันต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนโดยเฉพาะรายย่อย
*ความคิดเห็น:* ช่วงเวลานี้นักลงทุนควรจับตาข้อมูลในเชิงโวลุ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวระหว่างกระเป๋าเงินของกลุ่ม LTH ซึ่งอาจเป็นสัญญาณล่วงหน้าของความผันผวนที่กำลังมาถึง และไม่ควรมองข้ามน้ำหนักของแรงขายที่ซ่อนอยู่ภายใต้ตัวเลขสุทธิ
สรุปแล้ว แม้ตัวเลขบนหน้าจอจากเครื่องมือชี้วัดจะไม่แสดงการลดลงรุนแรง แต่ข้อมูลเชิงลึกจาก Glassnode ยืนยันว่า มี *แรงเทขายระดับใหญ่* จากกลุ่ม LTH อยู่เบื้องหลังตลาด การประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้านโดยดูทั้งยอดสุทธิและยอดรวมจึงจำเป็นต่อการตัดสินใจลงทุนในช่วงที่ตลาดเริ่มส่งสัญญาณเปราะบางแบบนี้
ความคิดเห็น 0