Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) ร่วงกว่า 7% ในวันเดียว! ตลาดคริปโตเข้าสู่ภาวะ 'ความกลัวสุดขีด'

ความวิตกในตลาดคริปโตพุ่งขึ้นสู่ระดับ ‘ความกลัวอย่างสุดขีด’ ท่ามกลางการร่วงลงของราคาบิตคอยน์(BTC) กว่า 7% ภายในวันเดียว นอกจากนี้ การที่ประธานาธิบดีทรัมป์ส่งสัญญาณเตรียมเปลี่ยนตัวประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ยังเพิ่มแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดลงทุน โดยเฉพาะในช่วงที่นักลงทุนกำลังเผชิญความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) ดัชนีความกลัวและความโลภในตลาดคริปโตปรับลดลงเหลือระดับ 16 จากระดับ 26 ในวันก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา สะท้อนแรงกดดันทางจิตวิทยาที่เพิ่มขึ้นในหมู่นักลงทุน

ราคาบิตคอยน์(BTC) ร่วงลงอย่างรวดเร็วในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยซื้อขายที่ระดับประมาณ 82,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.18 ล้านบาท) ซึ่งเป็นผลจากประเด็นความกังวลเรื่องนโยบายดอกเบี้ยของเฟด รวมทั้งรายงานว่า ประธานาธิบดีทรัมป์อาจเสนอชื่อ เควิน วอร์ช อดีตกรรมการเฟด ให้ดำรงตำแหน่งแทนเจอโรม พาวเวลล์ในฐานะประธานเฟดคนถัดไป

ในตลาดคาดการณ์ทางการเมือง โอกาสที่วอร์ชจะได้รับการแต่งตั้งสูงถึงกว่า 90% โดยทรัมป์ได้ระบุว่า เขาจะประกาศชื่อผู้ถูกเสนอในช่วงเย็นวันพฤหัสบดีหรือตอนเช้าวันศุกร์ พร้อมกับวิจารณ์อย่างหนักต่อพาวเวลล์ว่าไม่ยอมลดดอกเบี้ยตามที่คาดหวัง

การร่วงลงของราคาในครั้งนี้ยังดึงให้มีการ *บังคับปิดสถานะเลเวอเรจ* ออกไปอย่างรวดเร็วอีกด้วย ตามข้อมูลจาก CoinGlass มีการบังคับปิดสถานะรวมมูลค่า 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.6 หมื่นล้านบาท) ในช่วง 24 ชั่วโมง โดยกว่า 1,680 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.4 หมื่นล้านบาท) เป็นฝั่ง Long Position ซึ่งเป็นสถานะที่คาดว่าราคาจะขึ้น มีเทรดเดอร์กว่า 280,000 รายที่ขาดทุนและต้องออกจากตลาด

ลิน ตรัน นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสของ XSดอทคอม แสดงความคิดเห็นว่า “บิตคอยน์กำลังแข่งขันกับสินทรัพย์ปลอดภัยแบบดั้งเดิมอย่างทองคำ และเมื่อความไม่แน่นอนด้านนโยบายและภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น นักลงทุนยิ่งโน้มเอียงไปหาสินทรัพย์ที่ใช้เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงมายาวนาน” ตัวเลขล่าสุดระบุว่าทองคำทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 5,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ราว 809,000 บาท) ขณะที่บิตคอยน์ยังคงถูกจัดเป็น ‘สินทรัพย์ความเสี่ยงสูง’ สำหรับนักลงทุนสถาบัน

ขณะที่บางฝ่ายมองว่า การปิดสถานะเลเวอเรจอย่างหนักอาจเปิดทางให้ราคาบิตคอยน์ฟื้นตัวได้ในระยะสั้น หากมีแรงซื้อในตลาด Spot เข้ามาหนุน โดย CoinSwitch ระบุว่า หากบิตคอยน์สามารถประคองตัวอยู่ได้เหนือแนวรับ 82,000 ดอลลาร์ ราคามีโอกาสทรงตัว แต่หากหลุดแนวนี้อย่างชัดเจน อาจร่วงต่อไปยังช่วง 79,000–80,000 ดอลลาร์ ส่วนหากต้องการกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้น ต้องทะลุ 88,500 ดอลลาร์ (ราว 1.28 ล้านบาท) ซึ่งต้องอาศัยทั้งเงินทุนจาก ETF และแรงซื้อในตลาดจริง

โทมัส เพอร์ฟูโม นักเศรษฐศาสตร์โลกจากคราเคน(Kraken) ระบุว่า นักลงทุนกำลังเผชิญบททดสอบความอดทน “สถานการณ์ที่ดูเหมือนจะเป็นบวกสำหรับคริปโต อย่างเช่น อัตราดอกเบี้ยขาลงและความไม่แน่นอนทางการเมือง กลับไม่ได้สร้างแรงหนุนอย่างที่ควรจะเป็น สาเหตุหลักคือ *สภาพคล่องในตลาดยังคงตึงตัว* แม้เฟดจะส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงิน ทว่าคริปโตกลับยังไม่ได้รับผลเชิงบวกเหมือนที่ทองคำได้รับจากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนลง”

สรุปแล้ว แม้จะมีเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยต่อบิตคอยน์ในเชิงทฤษฎี ทั้งการลดดอกเบี้ยและสภาพแวดล้อมทางการเมืองที่ไม่แน่นอน แต่ ‘บิตคอยน์’ ยังไม่สามารถพิสูจน์สถานะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยได้อย่างแท้จริง ซึ่งตลาดขณะนี้จะยังคงแกว่งตัวตามความชัดเจนของนโยบายเศรษฐกิจในยุคทรัมป์และกระแสเงินทุนในตลาดโลกเป็นสำคัญ

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1