ราคาทองคำและโลหะเงินที่เคยถูกมองว่าเป็น ‘ทรัพย์สินปลอดภัย’ ได้ร่วงลงอย่างหนักภายในวันเดียว สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับตลาดอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยมีปริมาณความผันผวนที่ถึงขั้นแซงหน้าบิตคอยน์(BTC) ซึ่งมักตกเป็นเป้าการวิจารณ์เรื่องความผันผวนในตลาดการเงินแบบดั้งเดิม
ตั้งแต่ต้นปี ทองคำและโลหะเงินยังคงปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาทองคำเปิดตลาดที่ 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และพุ่งขึ้นสูงสุดในวันที่ 30 มกราคมที่ 5,600 ดอลลาร์ คิดเป็นการเพิ่มขึ้นราว 30% ในเวลาไม่ถึงเดือน ด้านโลหะเงิน มีการพุ่งขึ้นจาก 72 ดอลลาร์ ไปแตะ 122 ดอลลาร์ หรือกว่า 70% ในช่วงเวลาเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ราคาทั้งสองสินทรัพย์กลับร่วงลงอย่างรุนแรงภายในวันเดียว โดยทองคำดิ่งลงถึง 16% มาอยู่ที่ 4,700 ดอลลาร์ ขณะที่โลหะเงินร่วงเกือบ 40% ลงแตะระดับ 73 ดอลลาร์ แม้ในเวลาต่อมาจะมีการฟื้นตัวบางส่วน—ทองคำปิดที่ 4,900 ดอลลาร์ และโลหะเงินที่ 85 ดอลลาร์—แต่ก็ยังถือเป็น ‘การปรับฐาน’ ที่รุนแรงและผิดปกติในวันเดียว
ในด้านสาเหตุของการดิ่งลงครั้งนี้ นักวิเคราะห์บางรายกล่าวว่า เป็นเพราะราคาปัจจุบันอยู่ในระดับสูงเกินไป ทำให้นักลงทุนเทขายเพื่อทำกำไร ขณะที่อีกมุมหนึ่งชี้ว่า ปัจจัยหลักคือการคัดเลือก *เควิน วอร์ช(Kevin Warsh)* ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) คนใหม่โดยทรัมป์ ซึ่งมีแนวโน้มใช้นโยบายการเงินเชิงเข้มงวดชนิด ‘สายเหยี่ยว’ ทำให้ตลาดเกิดแรงกดดัน
ข้อมูลจากตลาดชี้ชัดว่า ความผันผวนครั้งนี้ได้ลบมูลค่าตลาดของทองคำและโลหะเงินไปกว่า 6.7 ล้านล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 9,721 ล้านล้านวอน ซึ่งเทียบเท่ากับมูลค่าตลาดรวมของบิตคอยน์ทั้งระบบกว่า 4 เท่า
โดยในฝั่งของชุมชนคริปโต นักวิเคราะห์เริ่มตั้งคำถามกับคำนิยาม ‘ทรัพย์สินปลอดภัย’ ที่ผูกติดอยู่กับทองคำและโลหะเงิน *ดา วินชี เจเรมี* นักวิเคราะห์ชื่อดังในวงการคริปโตกล่าวว่า “ในที่สุดแล้ว ทองคำ, เงิน และบิตคอยน์ต่างก็อยู่ในกลุ่มทรัพย์สินที่เสี่ยงไม่ต่างกัน เพียงแต่เราเพิ่งตระหนักได้” *ความคิดเห็น*
ขณะที่บิตคอยน์ก็ประสบกับความผันผวนเช่นกัน โดยราคาร่วงจาก 90,000 ดอลลาร์เหลือ 81,000 ดอลลาร์ในวันเดียว แต่เมื่อเปรียบเทียบกับโลหะมีค่าในครั้งนี้ หลายฝ่ายกลับเห็นว่า สินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้มีความผันผวนที่แตกต่างอย่างชัดเจน
*ชางเผิง เจา(CZ)* ผู้ร่วมก่อตั้งไบแนนซ์กล่าวว่า “บิตคอยน์ผ่านช่วงเวลาที่ถูกกดดันมาแล้วยาวนานกว่า 17 ปี การที่ยังคงยืนอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้สะท้อนถึงความแข็งแกร่งในตัวมันเอง”
ด้านบริษัทวิเคราะห์ข้อมูล ‘แซนติเมนต์(Santiment)’ ออกรายงานว่า การที่ทองคำร่วงกว่า 8% และเงินดิ่ง 25% ในวันเดียว เป็นเหตุการณ์ที่ ‘เหนือความคาดหมาย’ ของนักลงทุนทั่วไป และอาจเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิด *การโยกย้ายความสนใจจากสินทรัพย์ดั้งเดิมมายังคริปโตเคอร์เรนซีมากขึ้น* *ความคิดเห็น*
เหตุการณ์ครั้งนี้จึงไม่เพียงย้ำเตือนว่า *ไม่มีสินทรัพย์ใดปราศจากความเสี่ยง* แต่ยังเปิดพื้นที่ใหม่ให้กับการลงทุนรูปแบบหลากหลายที่ต้องอาศัย “ความเข้าใจในลักษณะเฉพาะของแต่ละสินทรัพย์” มากกว่าการยึดติดกับคำว่า ‘ปลอดภัย’ เพียงอย่างเดียว
ความคิดเห็น 0