ทางการเงินของเกาหลีใต้เริ่มเดินหน้าปรับใช้เทคโนโลยี ‘ปัญญาประดิษฐ์(AI)’ เพื่อเฝ้าระวังและตรวจสอบความผิดปกติในตลาดคริปโตอย่างเข้มข้น ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมคริปโตของเกาหลีใต้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการกำกับดูแล รายงานจาก Korea Economic Daily เมื่อวันที่ 24 ระบุว่า ระบบติดตามความเคลื่อนไหวราคาที่รุนแรงและการปั่นราคาของเหรียญต่าง ๆ เริ่มได้รับการปรับปรุงให้มี ‘ความแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น’
สำนักงานกำกับทางการเงินของเกาหลีใต้ (FSS) ได้เริ่มวิเคราะห์กรณีราคาของเหรียญเจ็ตเคซิงก์(ZKsync) ที่จดทะเบียนอยู่บนตลาดอัพบิท(Upbit) ซึ่งมีความผันผวนผิดปกติในช่วงที่ระบบของตลาดอยู่ระหว่างการบำรุงรักษา โดยเจ้าหน้าที่ของ FSS ระบุว่ากำลังตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด และหากพบสิ่งผิดปกติอาจนำไปสู่การเปิดการสอบสวนอย่างเป็นทางการ
นักกฎหมายในประเทศมองว่ากรณีนี้ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์เฉพาะจุด แต่เป็น ‘สัญญาณของทิศทางใหม่’ ที่หน่วยงานกำกับได้เริ่มมองบทบาทของตลาดซื้อขายคริปโตว่าเป็น ‘โครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน’ ซึ่งมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบต่อความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น
เพื่อตอบรับกับทิศทางดังกล่าว ทาง FSS ได้ปรับโฉมระบบติดตามข้อมูลใหม่ทั้งหมด โดยพัฒนา ‘ระบบวิเคราะห์ข้อมูลทรัพย์สินดิจิทัล’ ที่อาศัย AI ในการตรวจจับพฤติกรรมซื้อขายที่ผิดปกติในทุกช่วงเวลา ระบบใหม่นี้สามารถคัดกรองธุรกรรมที่น่าสงสัยได้เร็วกว่าวิธีการแบบเดิมที่อาศัยการตรวจสอบด้วยคน
FSS ยังมีแผนต่อยอดระบบให้สามารถตรวจสอบเครือข่ายปั่นราคาแบบองค์รวม พร้อมทั้งติดตามเส้นทางการเคลื่อนย้ายเงินทุนได้อย่างแม่นยำ ในขณะเดียวกัน คณะกรรมการบริการทางการเงิน (Financial Services Commission) กำลังพิจารณาปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้สามารถ ‘อายัดสินทรัพย์’ ได้รวดเร็วขึ้นในระหว่างที่มีการสืบสวน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการยึดคืนทรัพย์สินจากอาชญากรรมทางการเงิน
อีกหนึ่งสัญญาณของการเปลี่ยนผ่านจาก ‘การเฝ้าระวัง’ ไปสู่ ‘การลงโทษ’ อย่างจริงจัง คือคำพิพากษาของศาลแขวงกรุงโซล เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยศาลได้ตัดสินให้จำคุกผู้บริหารบริษัทคริปโต รายหนึ่งเป็นเวลา 3 ปี ฐานปั่นราคาของเหรียญที่จดทะเบียนในตลาดบิทซัมบ์(Bithumb) คดีนี้ถือเป็น ‘โทษจำคุกครั้งแรก’ ภายใต้กฎหมายคุ้มครองผู้ใช้งานคริปโตที่เพิ่งมีผลบังคับใช้ ซึ่งชี้ให้เห็นถึงจุดยืนของฝ่ายตุลาการว่าต้องการควบคุมความเป็นธรรมในตลาดอย่างเข้มงวด
คำตัดสินระบุว่า จำเลยได้ใช้วิธีการซื้อขายราคาแพงและต่ำ พร้อมทั้งสั่งซื้อที่ผิดจริงเพื่อนำไปสู่การสร้างความเข้าใจผิดต่อตลาดซึ่งถือเป็น ‘พฤติกรรมบิดเบือน’ และส่งผลเสียต่อผู้ลงทุนทั่วไป
ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา สถานการณ์ตลาดคริปโตของเกาหลีใต้สะท้อนสัญญาณการควบคุมที่เข้มงวดมากขึ้นอย่างชัดเจน โดยทั้ง FSS และคณะกรรมการบริการทางการเงิน เดินหน้าผสมผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับการปรับปรุงกรอบกฎหมาย เพื่อหาความสมดุลระหว่าง ‘กลไกตลาดเสรี’ กับ ‘การปกป้องผู้ลงทุน’ ขณะเดียวกัน การตัดสินของฝ่ายตุลาการก็ถือเป็นการส่งสารไปยังกลุ่มผู้ที่คิดปั่นราคาว่า ตลาดคริปโตไม่ใช่พื้นที่สีเทาอีกต่อไป
ผู้เชี่ยวชาญในวงการเชื่อว่า การบังคับใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมควบคู่กับการลงโทษอย่างเข้มข้น จะมีบทบาทสำคัญในการ ‘ฟื้นฟูความเชื่อมั่น’ ของตลาดในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ ‘ความโปร่งใสในการซื้อขาย’ ได้กลายมาเป็น ‘คุณค่าใหม่’ ของอุตสาหกรรมคริปโตเกาหลีใต้ในมุมมองของนักลงทุนทั้งหลาย
ความคิดเห็น 0