บิทัม(Bithumb) หนึ่งในผู้ให้บริการซื้อขายคริปโตรายใหญ่ของเกาหลีใต้ เผชิญกับกระแสวิจารณ์และการสอบสวนจากหน่วยงานกำกับทางการเงิน หลังจากเกิดความผิดพลาดร้ายแรงในการ ‘โอนบิตคอยน์(BTC) ผิดพลาด’ เข้าบัญชีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมหาศาลถึง *620,000BTC* คิดเป็นมูลค่ากว่า *62.96 ล้านล้านวอน* หรือประมาณ *1.8 ล้านล้านบาท* โดยไม่มีการถือครองจริง นำไปสู่ข้อถกเถียงใหญ่ว่าด้วย ‘บิตคอยน์บนกระดาษ’ หรือ *Paper Bitcoin* ที่สะท้อนปัญหาความโปร่งใสในระบบของตลาดศูนย์กลางซื้อขาย(CEX)
รายงานจาก *Yonhap News* เมื่อวันที่ 24 ระบุว่า สำนักงานกำกับบริการทางการเงินของเกาหลีใต้ได้เริ่มสอบสวนบิทัมอย่างเข้มงวด โดยพิจารณาว่าเป็นการละเมิดขั้นรุนแรงของการดำเนินการแพลตฟอร์ม ทั้งยังขัดต่อหลักฐานการณ์ของตลาดอย่างชัดเจน โดยแถลงการณ์จากเจ้าหน้าที่เผยว่า “การกระทำที่บ่อนทำลายระเบียบตลาดจะต้องได้รับการดำเนินคดีตามกฎหมาย”
บิทัมออกมายอมรับความผิดพลาดในวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยระบุว่าเกิดจากข้อผิดพลาดภายในระบบ ในระหว่างการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการตลาดซึ่งเดิมทีตั้งใจให้ผู้ใช้งานได้รับเงินรางวัลเพียง 2,000 วอนต่อคน แต่เจ้าหน้าที่ป้อนค่าผิดใส่เป็น ‘2,000BTC’ แทน ส่งผลให้บัญชีผู้ใช้จำนวนมากถูกเครดิตด้วยจำนวนบิตคอยน์ผิดปกติโดยทันที
บิทัมสามารถกู้คืนบิตคอยน์ส่วนใหญ่ได้แล้ว แต่ยังเหลืออีกประมาณ *125BTC* หรือราว *1.83 พันล้านวอน* ที่ยังไม่สามารถตามกลับคืนได้ สร้างความคลางแคลงใจว่า บิตคอยน์จำนวนนี้เป็น *“บิตคอยน์เสมือน”* ที่ไม่มีอยู่จริงในบล็อกเชน แต่เป็นเพียงตัวเลขที่บันทึกไว้ในระบบของบิทัมเท่านั้น นักวิเคราะห์จาก *CryptoQuant* อย่าง *มาร์ทัน(Maartunn)* ระบุว่า ความผิดพลาดนี้ย้ำให้เห็นว่า บิทัมแท้จริงแล้วถือครองเพียง *41,798BTC* ซึ่งสวนทางกับจำนวนที่ถูกเครดิตผิดพลาดอย่างสิ้นเชิง
หลังจากเหตุการณ์ ผู้ใช้งานได้ทำการถอนเงินออกจากระบบรวมแล้วกว่า *3,875BTC* โดยเชื่อว่าส่วนหนึ่งเป็นสกุลเงินที่ได้รับผิดพลาด อีกส่วนอาจมาจากการสูญเสียความเชื่อมั่นในระบบการควบคุมภายในของบิทัม
‘กรณีบิทัม’ ยังจุดกระแสวิพากษ์ต่อประเด็น *“Paper Bitcoin”* ซึ่งหมายถึงการซื้อขายบิตคอยน์ที่ไม่รองรับด้วยเหรียญจริงบนบล็อกเชน แต่ดำเนินการผ่านบัญชีหรืออนุพันธ์ลักษณะคล้าย ETF ภายในตลาดซื้อขายศูนย์กลาง ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการบิดเบือนราคาและทำลายเสถียรภาพของตลาดโดยรวม
โดยบางเสียงชี้ว่า ปรากฏการณ์นี้อาจเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ราคาบิตคอยน์ลดลงถึง 43% หลังเดือนตุลาคม 2025 ความไม่ชัดเจนจากทั้งภาครัฐและเอกชน ส่งผลให้กรณีนี้อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการขับเคลื่อนการปรับปรุงระบบควบคุมภายใน และอาจตามมาด้วยมาตรการควบคุมจากรัฐบาลที่เข้มงวดมากขึ้นในอุตสาหกรรมคริปโตของเกาหลีใต้
*บิทัม* และ *สำนักงานกำกับบริการทางการเงิน* ยังไม่ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลการสอบสวนในขณะนี้ โดยตลาดต่างจับตามองว่าเหตุการณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในคริปโตของเกาหลีใต้อย่างไรในระยะยาว
ความคิดเห็น 0