หน่วยงานการเงินเกาหลีใต้เดินหน้าคุมเข้ม ‘การยกเว้นระเบียบการหน่วงถอนเงินคริปโต’ ของเว็บเทรดอย่างจริงจัง เตรียมตัดช่องโหว่ที่ทำให้มิจฉาชีพใช้บัญชีที่เชื่อมโยงกับ ‘โอนเงินผิดบัญชี-โทรศัพท์หลอกลวง (보이스피싱)’ ก่อเหตุได้ง่าย โดยย้ำเป้าหมายหลักคือปิดทางบัญชีฉ้อโกงในตลาด ‘สินทรัพย์เสมือน’ และลดความเสียหายให้ผู้ลงทุน
เมื่อวันที่ 19 (เวลาท้องถิ่น) คณะกรรมการบริการการเงินเกาหลีใต้(FSC) เปิดเผยว่าได้จัดทำเกณฑ์ใหม่ร่วมกับสำนักงานกำกับการเงิน และสมาคมความร่วมมือของผู้ให้บริการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (DAXA) เพื่อใช้ควบคุม ‘ข้อยกเว้นการหน่วงถอนเงิน’ บนแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโต โดยต่อไปนี้ ‘เว็บเทรดคริปโต’ จะไม่สามารถใช้เงื่อนไขแบบง่ายๆ เช่น ระยะเวลาการเปิดบัญชี หรือประวัติการเทรดเพียงอย่างเดียวในการอนุมัติการถอนแบบยกเว้นได้อีกต่อไป แต่ต้องพิจารณาแบบ ‘ภาพรวม’ ทั้งความถี่การซื้อขาย ปริมาณการฝาก–ถอน และรูปแบบการเคลื่อนไหวของบัญชีประกอบร่วมกัน
ข้อมูลจากหน่วยงานกำกับชี้ว่า ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกันยายน 2025 บัญชีที่ได้รับ ‘ข้อยกเว้นการหน่วงถอนเงิน’ บนเว็บเทรดคริปโต คิดเป็นถึง 59% ของบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงในตลาดสินทรัพย์เสมือน และสร้างความเสียหายคิดเป็น 75.5% ของยอดความเสียหายทั้งหมด สะท้อนว่าระบบยกเว้นเดิมเปิดช่องให้มิจฉาชีพใช้เป็นด่านสำคัญในการเคลื่อนย้ายเงินผิดปกติ ทั้งที่ที่ผ่านมาเกณฑ์ข้อยกเว้นของแต่ละเว็บเทรดแตกต่างกันมาก และไม่มีมาตรฐานขั้นต่ำร่วมกัน จนกลายเป็น ‘ช่องโหว่’ ที่คนร้ายสามารถเจาะผ่านได้ง่าย
ภายใต้เกณฑ์ใหม่ ทางการประเมินว่า ‘สัดส่วนบัญชีที่ได้รับยกเว้น’ จะหดตัวลงอย่างชัดเจน ฝ่ายกำกับเผยผลการจำลองว่าสัดส่วนการอนุมัติข้อยกเว้นอาจลดลงเหลือราว 1% เท่านั้น อย่างไรก็ดี ตัวเลขดังกล่าวยังไม่มีฐานเปรียบเทียบที่ชัดเจน จึงจำเป็นต้องติดตามผลจริงในช่วงบังคับใช้เพื่อประเมินประสิทธิผลอีกครั้ง ‘ความคิดเห็น’ ลดสัดส่วนข้อยกเว้นลงเหลือระดับใกล้ศูนย์ ถือเป็นสัญญาณว่าทางการพร้อมยอมให้ความสะดวกในการถอนเงินลดลง แลกกับการปิดเส้นทางฟอกเงินและบัญชีหลอกลวง
นอกจากคุมเข้มการอนุมัติยกเว้นล่วงหน้าแล้ว หน่วยงานการเงินเกาหลีใต้ยังประกาศจะ ‘เพิ่มน้ำหนักตรวจสอบย้อนหลัง’ กับบัญชีที่ได้รับข้อยกเว้นเป็นพิเศษ โดยจะตรวจสอบที่มาของเงินทุนอย่างสม่ำเสมอ และใช้การเฝ้าระวังรูปแบบการถอนที่ผิดปกติ เช่น การถอนถี่ผิดปกติ การแตกย่อยยอดออกหลายบัญชี หรือการส่งต่อไปยังแอดเดรสที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง แผนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสกัดเทคนิคการเลี่ยงระบบใหม่ๆ ที่อาจโผล่ขึ้นมาภายหลัง พร้อมย้ำว่าหากมี ‘วิธีการเลี่ยงกฎ’ รูปแบบใหม่ปรากฏ ทางการจะเร่งปรับปรุงระเบียบให้รัดกุมมากขึ้นทันที
มาตรการครั้งนี้สอดคล้องกับทิศทางล่าสุดที่ทางการเกาหลีใต้กำลังขยาย ‘วงควบคุมเว็บเทรดคริปโต’ แบบรอบด้าน ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 15 (เวลาท้องถิ่น) คณะกรรมการบริการการเงินใช้กรณีความผิดพลาดในการจ่ายบิตคอยน์(BTC) ของเว็บเทรดบิตซัม (빗썸) เป็นจุดเริ่มตรวจสอบเชิงลึก ก่อนจะสั่งการให้ผู้ให้บริการซื้อขายสินทรัพย์เสมือนทุกราย ต้องนำ ‘สมุดบัญชีภายใน’ มาเทียบกับ ‘สินทรัพย์ดิจิทัลที่ถือครองจริง’ อย่างน้อยทุก 5 นาที เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนของยอด และลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดด้านระบบและการควบคุมภายใน
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 29 มกราคม (เวลาท้องถิ่น) หน่วยงานกำกับยังได้ขยายขอบเขตการตรวจสอบ ‘การออกใบอนุญาตผู้ให้บริการสินทรัพย์เสมือน’ จากเดิมที่พิจารณาเฉพาะระดับบริษัท มาให้ครอบคลุมไปถึง ‘ผู้ถือหุ้นใหญ่และผู้มีอำนาจควบคุม’ ด้วย เพื่ออุดช่องโหว่การใช้โครงสร้างผู้ถือหุ้นซับซ้อนในการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบภูมิหลังและความโปร่งใส
การเพิ่มแรงกดดันด้านกฎเกณฑ์อย่างต่อเนื่องครั้งนี้สะท้อนว่า ทางการมองปัญหา ‘โทรศัพท์มิจฉาชีพและการควบคุมการดำเนินงานที่หละหลวม’ เป็นความเสี่ยงเชิงระบบที่ต้องแก้ไขเร่งด่วน โดยเฉพาะเมื่อขนาดของตลาด ‘สินทรัพย์เสมือน’ เติบโตเร็วและดึงดูดผู้ใช้งานรายย่อยจำนวนมาก ‘ความคิดเห็น’ ทิศทางการกำกับที่หันมาให้ความสำคัญกับการป้องกันการฟอกเงินและการคุ้มครองผู้ใช้มากกว่าความสะดวกด้านการเทรด อาจทำให้เว็บเทรดคริปโตในเกาหลีใต้เผชิญภาระด้านการปฏิบัติตามกฎ (compliance) สูงขึ้น แต่ในระยะยาวมีแนวโน้มช่วยยกระดับความเชื่อมั่นต่อตลาดคริปโตและจำกัดโอกาสของอาชญากรรมทางการเงินในระบบได้มากขึ้น
ความคิดเห็น 0