ตลาดคริปโตชะลอแรงเทรดอย่างชัดเจน ท่ามกลางภาวะที่ ‘บิตคอยน์(BTC)’ เคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยข้อมูลจาก *คริปโตควอนต์ รีเสิร์ช* ระบุว่า ในเดือนมีนาคม 2026 ปริมาณซื้อขายรวมบนกระดานเทรดแบบรวมศูนย์อยู่ที่ราว 4.3 ล้านล้านดอลลาร์ ลดลงประมาณ 48% เมื่อเทียบกับจุดสูงสุดเมื่อเดือนตุลาคม 2025 และยังเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่ตุลาคม 2024 เป็นต้นมา สะท้อนภาวะ ‘ตลาดเย็นตัว’ อย่างเด่นชัด
การร่วงลงรอบนี้ไม่ได้เป็นแค่ภาวะซบเซาตามฤดูกาลเท่านั้น แต่ยังบอกว่ากระแสเม็ดเงินฝั่งซื้อที่เคยหนุนตลาดเริ่มหายไป ‘บิตคอยน์(BTC)’ ถูกกดให้อยู่ในกรอบสะสม ไม่สามารถเลือกทิศทางขึ้นลงที่ชัดเจนได้ ขณะที่กลุ่มอัลท์คอยน์ก็ไม่สามารถสร้างแรงดึงดูดเม็ดเงินใหม่ ภาพรวมแล้วอุณหภูมิตลาดคริปโตจึงเย็นลงทั้งกระดาน
รายงานเผยว่า จากปริมาณซื้อขายรวม 4.3 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนมีนาคม มีถึง 3.5 ล้านล้านดอลลาร์ที่มาจาก ‘สัญญาฟิวเจอร์สแบบไม่มีวันหมดอายุ’ ส่วนตลาดสปอตมีสัดส่วนเพียง 8,000,000,000 ดอลลาร์เท่านั้น ตัวเลขนี้สะท้อนว่าตลาดคริปโตในตอนนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยการเก็งกำไรผ่านเลเวอเรจและตราสารอนุพันธ์เป็นหลัก มากกว่าการซื้อขายสินทรัพย์จริงเพื่อถือครองระยะยาว ‘ความคิดเห็น’ ภาวะแบบนี้มักทำให้ตลาดผันผวนได้ง่ายขึ้น หากมีข่าวใหญ่หรือการล้างเลเวอเรจเกิดขึ้น
โครงสร้างการแข่งขันของกระดานเทรดก็เปลี่ยนชัดขึ้นในช่วงเดียวกัน ‘ไบแนนซ์’ ยังคงครองความเป็นผู้นำด้านตลาดสปอต ด้วยมูลค่าซื้อขาย 248,000,000,000 ดอลลาร์ในเดือนมีนาคม คิดเป็นสัดส่วนราว 32% ของปริมาณซื้อขายสะสมตั้งแต่ต้นปี 2026 ขณะที่ MEXC ถือส่วนแบ่งตลาดราว 9% และ บิทเก็ต อยู่แถว 7% แม้คู่แข่งจะค่อยๆ ขยายฐานผู้ใช้ แต่ความเหนือชั้นของไบแนนซ์ในภาพรวมยังถือว่าชัดเจน
ในฝั่ง ‘ตลาดอนุพันธ์’ ไบแนนซ์ยังเป็นศูนย์กลางสำคัญ มีปริมาณเทรดสัญญาฟิวเจอร์สแบบไม่มีวันหมดอายุในเดือนมีนาคมสูงถึง 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ กินส่วนแบ่งตลาดประมาณ 40% ตามมาด้วย OKX ที่ราว 19% และ บิทเก็ต ประมาณ 13% การไหลเข้าของสภาพคล่องไปยังแพลตฟอร์มรายใหญ่ยังคงดำเนินต่อ แม้ภาพรวมวอลุ่มตลาดจะหดตัวลงก็ตาม
หากมองจากมูลค่ารวมของตลาด (Total Market Cap) ภาพที่เห็นก็สอดคล้องกัน ตลาดคริปโตเคยทำจุดสูงสุดบริเวณ 3.8–4 ล้านล้านดอลลาร์ช่วงปลายปี 2025 ก่อนถูกขายทำกำไรลงมาบริเวณ 2.1–2.2 ล้านล้านดอลลาร์ และตอนนี้กำลังแกว่งตัวในกรอบแคบแถว 2.3–2.4 ล้านล้านดอลลาร์ สถานการณ์เช่นนี้สะท้อนภาวะ ‘พักฐานและจัดสมดุลใหม่’ มากกว่าจะเป็นเทรนด์ขึ้นหรือลงชัดเจน
มองในเชิงเทคนิค มูลค่าตลาดรวมของคริปโตยังเคลื่อนไหวอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 สัปดาห์ และ 100 สัปดาห์ ทำให้โมเมนตัมฝั่งขาขึ้นอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตาม บริเวณ 2 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งสอดคล้องกับระดับของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 สัปดาห์ ยังคงทำหน้าที่เป็น ‘แนวรับเชิงโครงสร้าง’ ให้ตลาด มีโอกาสจำกัดความเสี่ยงการปรับฐานรุนแรงลงไปกว่านี้ ‘ความคิดเห็น’ นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งมองว่าหากมูลค่าตลาดรวมสามารถฟื้นตัวกลับขึ้นไปเหนือโซน 2.8–3 ล้านล้านดอลลาร์ได้ จึงจะถือเป็นสัญญาณว่าเทรนด์ขาขึ้นรอบใหม่เริ่มมีน้ำหนักมากขึ้น
เมื่อมองภาพรวม ตัวเลขปริมาณซื้อขายที่หายไปพร้อมๆ กับการที่ ‘บิตคอยน์(BTC)’ และอัลท์คอยน์หลักหยุดพัก แสดงให้เห็นว่าการมีส่วนร่วมในตลาดลดลงอย่างมากในช่วงนี้ หากในอนาคตวอลุ่มเทรดกลับมาคึกคักอีกครั้ง มีโอกาสสูงที่เม็ดเงินจะไหลกลับเข้าสู่กระดานเทรดรายใหญ่และตลาดอนุพันธ์ที่มีสภาพคล่องสูงก่อนเป็นลำดับแรก ซึ่งอาจกลายเป็น ‘สัญญาณนำ’ ของรอบการเคลื่อนไหวครั้งใหม่ของตลาดคริปโตโดยรวม
ความคิดเห็น 0