เดวิด ชวาร์ตซ์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยี(CTO) ของริปเปิล(Ripple) ออกมาปฏิเสธภาพลักษณ์ที่ว่าเขาเป็น ‘สายถือยาว XRP(ริปเปิล/XRP)’ แบบมั่นใจสุดตัว โดยย้ำว่าการเปิดรับความเสี่ยงต่อ ‘ตลาดคริปโต’ หลักๆ ของเขาไม่ได้มาจากการถือโทเค็น XRP แต่เป็นจากการถือ ‘หุ้นริปเปิล’ ซึ่งจุดประเด็นถกเถียงเก่าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง ‘XRP’ กับ ‘มูลค่าบริษัทริปเปิล’ ให้ลุกขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อวันที่ 5 (เวลาท้องถิ่น) ประเด็นนี้เริ่มต้นจากการสนทนาบนแพลตฟอร์ม X (เดิมทวิตเตอร์) หลังมีผู้ใช้ถามชวาร์ตซ์ถึงการตัดสินใจขายอีเธอเรียม(ETH) ที่ราคา 1.05 ดอลลาร์ในอดีต เขาอธิบายว่าในเวลานั้น “แทบไม่คิดเลยแม้แต่ 1% ว่าราคา ETH จะพุ่งขึ้นไปถึงระดับ 2,368 ดอลลาร์ได้” พร้อมยอมรับว่าตอนนี้เขาถือ ‘XRP ไม่ได้มากเหมือนเมื่อก่อน’ โดยลดความเสี่ยงจากการถือคริปโตลงแล้ว แต่ยังคงถือหุ้นของริปเปิลเอาไว้ต่อเนื่อง
ชวาร์ตซ์ระบุว่า แม้ ‘คริปโต’ อาจเป็นโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิต แต่เขายอมรับความเป็นไปได้ว่าตัวเองอาจ ‘พลาดโอกาสนั้นไปแล้ว’ พร้อมเสริมว่า ‘หุ้นริปเปิล’ ให้การเปิดรับ(Exposure) ต่ออุตสาหกรรมนี้ในระดับที่เพียงพอสำหรับเขา และ “ทำให้หลับสบายกว่า” เขานิยามตัวเองไม่ใช่นักลงทุนสไตล์ ‘ดายมอนด์แฮนด์’ ที่ถือแบบไม่ขาย แต่เป็นคนที่ยอมรับได้ว่าบางทีอาจเสียโอกาสกำไรมหาศาล เพื่อแลกกับการลดความเสี่ยงลง
ในมุมที่ตลาดให้ความสนใจมากที่สุด ชวาร์ตซ์ชี้ให้เห็นชัดว่า ‘XRP’ กับ ‘หุ้นริปเปิล’ ไม่ใช่การลงทุนแบบเดียวกัน เขามองว่าหากต้องการเชื่อมโยงกับผลประกอบการธุรกิจของริปเปิล การถือหุ้นก็เพียงพอแล้ว จึงไม่รู้สึกจำเป็นต้องเพิ่มการถือ XRP มากไปกว่านี้ พร้อมระบุในเชิงสมมติว่า หากเขาถือหุ้นริปเปิลน้อยกว่าปัจจุบัน เขาอาจพิจารณาถือ XRP เพิ่มขึ้นเพื่อทดแทน
สำหรับแนวคิดที่จะให้ผู้ถือ XRP ได้รับสิทธิในหุ้นริปเปิลที่จดทะเบียน หรือสิทธิใกล้เคียงกัน ชวาร์ตซ์แสดงจุดยืนเชิงลบอย่างชัดเจน โดยมองว่าหากใครต้องการให้ผลตอบแทนเคลื่อนไหวไปตาม ‘ผลการดำเนินงานของบริษัทริปเปิล’ ก็สามารถซื้อหุ้นริปเปิลโดยตรงได้ ภายใต้กรอบกฎหมายที่อนุญาต ทั้งนี้เขาย้ำว่า ‘หุ้นริปเปิล’ เป็น ‘หลักทรัพย์’ ตามนิยามเต็มรูปแบบ และด้วยสภาพแวดล้อมกำกับดูแลในสหรัฐตอนนี้ ทำให้ความเป็นไปได้เรื่องการนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ยังไม่แน่นอน
เขายังออกมาอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับ XRP จำนวน 26 ล้านโทเค็นที่มีชื่อเขาเกี่ยวข้อง โดยระบุว่านั่นไม่ใช่โทเค็นที่ได้มาฟรี แต่เป็นผลจากการนำบิตคอยน์(BTC) ไปแลกเป็น XRP ในช่วงแรกๆ ชวาร์ตซ์เล่าว่าเมื่อตอนที่ราคา XRP ขึ้นไปแตะระดับ 0.10 ดอลลาร์ เขามีเม็ดเงินหลายล้านดอลลาร์ผูกอยู่กับสินทรัพย์นี้แล้ว และในเวลานั้น ‘ภาระด้านความเสี่ยง’ ที่กดทับอยู่ถือว่าหนักหนาพอสมควร
ปัจจุบันตามราคาตลาดโลก XRP ซื้อขายอยู่แถว 1.4071 ดอลลาร์ ซึ่งเมื่อเทียบกับคำให้สัมภาษณ์ของชวาร์ตซ์ ทำให้ประเด็นความแตกต่างระหว่าง ‘การลงทุนในโทเค็น XRP’ กับ ‘การลงทุนในมูลค่าบริษัทริपเปิล’ กลับมาชัดเจนขึ้นในชุมชนอีกครั้ง ‘ความคิดเห็น’ บางส่วนในตลาดมองว่า ยิ่งหุ้นริปเปิลเติบโตและมีน้ำหนักมากเพียงใด ความเป็นอิสระของ XRP ในสายตานักลงทุนบางกลุ่มอาจยิ่งลดลง ส่งผลให้มุมมองต่อ XRP ในฐานะสินทรัพย์ดิจิทัลเดี่ยวๆ ต้องถูกประเมินกันใหม่ในระยะถัดไป
ความคิดเห็น 0