บริษัทแม่ของกระดานเทรดคริปโตระดับโลก ‘คราเคน(Kraken)’ อย่างเพย์เวิร์ด(Payward) เผยว่า การเตรียมตัวสำหรับการยื่น ‘ไอพีโอ(IPO)’ หรือการนำบริษัทเข้าตลาดหุ้นนั้นคืบหน้าไปแล้วราว ‘80%’ พร้อมเดินหน้าจับมือ ‘มันนี่แกรม(MoneyGram)’ เพื่อแก้ปัญหา ‘ลาสต์ไมล์’ เชื่อมต่อระหว่าง ‘คริปโต’ และ ‘เงินสด’ ให้ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) สื่อหลายแห่งรายงานตรงกันจากงานประชุม ‘คอนเซนซัส(Consensus)’ ที่เมืองไมอามี สหรัฐฯ ว่า อารจุน เซธิ(Arjun Sethi) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมของคราเคน ระบุบนเวทีเสวนาว่า การเตรียมตัวสำหรับการ ‘นำหุ้นเข้าตลาด’ ทำไปแล้วส่วนใหญ่ เหลือเพียงการรอจังหวะตลาดที่เหมาะสมเท่านั้น โดยคราเคนได้ยื่นเอกสารการเข้าจดทะเบียนแบบไม่เปิดเผยต่อสาธารณะต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ(SEC) ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว และคอยประเมินภาพรวมตลาดเพื่อกำหนดช่วงเวลาที่จะเดินหน้าต่อ
แกนหลักของประกาศล่าสุด คือ ‘ความร่วมมือระหว่างคราเคนและมันนี่แกรม’ ซึ่งมีจุดแข็งด้านเครือข่ายสาขาออฟไลน์ทั่วโลกกว่า 500,000 แห่ง ให้บริการในพื้นที่ที่ผู้คนยังต้องพึ่งพา ‘เงินสด’ อย่างหนัก ทั้งสองบริษัทตั้งเป้าใช้โครงสร้างพื้นฐานของมันนี่แกรมเชื่อม ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ เข้ากับ ‘เงินสดจริง’ เพื่ออุดช่องว่างขั้นตอนสุดท้ายของการใช้งานคริปโต
‘คำ’ “คริปโตยังขาดชิ้นส่วนสุดท้าย คือการเชื่อมกับเงินสด”
แอนโธนี ซูฮู(Anthony Soohoo) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารมันนี่แกรม กล่าวบนเวทีเดียวกันว่า ผู้ใช้งานจำนวนมากทั่วโลกยังต้องการ ‘การเข้าถึงเงินสด’ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภูมิภาคที่ระบบธนาคารยังไม่ครอบคลุม “ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นเหมือน ‘ก้าวแรก’ ในการแก้หนึ่งในอุปสรรคสำคัญของการแพร่หลายของคริปโต”
ในหลายตลาดเกิดใหม่ เช่น ‘ลาตินอเมริกา’ และบางประเทศในเอเชียหรือแอฟริกา ระบบการเงินดิจิทัลยังไม่เข้าถึงในระดับลึก ขณะที่การรับจ่ายเงินสดยังเป็นพฤติกรรมหลัก เซธิอธิบายว่า ผู้ใช้จำนวนมากยังจำเป็นต้องเริ่มต้น ‘ออนบอร์ด’ เข้าสู่โลกคริปโตด้วยเงินสด ไม่ว่าจะเป็นการนำเงินสดไปซื้อสเตเบิลคอยน์ หรือการแปลงสินทรัพย์ดิจิทัลกลับเป็นเงินสดเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เขาเชื่อว่าความร่วมมือกับมันนี่แกรมจะช่วย ‘แก้ปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรม’
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ยังสะท้อน ‘บทบาทใหม่ของกระดานเทรดคริปโต’ ที่กำลังเข้าใกล้การเป็น ‘สถาบันการเงินเต็มรูปแบบ’ มากขึ้น ผู้ดำเนินรายการในงานชี้ว่า ผู้ใช้งานจำนวนมากเริ่มใช้บริการจากแพลตฟอร์มคริปโต “คล้ายธนาคาร” ทั้งเก็บเงิน โอนเงิน และเข้าถึงบริการการเงินอื่น ๆ เซธิเสริมว่า ฟังก์ชันจำนวนมากที่เคยเป็นงานหลักของธนาคารแบบดั้งเดิม กำลัง ‘ไหลเข้ามาสู่บริษัทคริปโต’ ตามวิวัฒนาการของเทคโนโลยีการเงิน
‘คำ’ สเตเบิลคอยน์ เขย่าโครงสร้างต้นทุนการเงินโลก
ผู้บริหารจากทั้งสองฝั่งยังระบุตรงกันว่า ‘สเตเบิลคอยน์’ คือเทคโนโลยีสำคัญในยุทธศาสตร์นี้ ซูฮูมองว่า สเตเบิลคอยน์สามารถช่วย ‘ตัดต้นทุนที่ไม่จำเป็น’ ในระบบการเงินได้หลายชั้น ตั้งแต่ค่าธรรมเนียมตัวกลางไปจนถึงค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่เซธิมองไปไกลกว่านั้น โดยระบุว่า ‘ตัวกลางทางการเงินแบบเดิมจำนวนมากจะค่อย ๆ ถูกแทนที่’ ซึ่งหมายถึงโมเดลธุรกิจที่กินส่วนต่างหรือเก็บค่าธรรมเนียมสูงอาจอยู่ได้ยากขึ้น
‘ความคิดเห็น’ สำหรับตลาดโอนเงินระหว่างประเทศและการชำระเงินข้ามพรมแดน การใช้สเตเบิลคอยน์ร่วมกับเครือข่ายออฟไลน์ของมันนี่แกรม อาจทำให้ผู้ใช้สามารถรับ–ส่งมูลค่าระหว่างกันได้เร็วขึ้น ถูกลง และเข้าถึงได้กว้างกว่าโครงสร้างธนาคารแบบเดิม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ไม่มีสาขาธนาคารแต่มีเอเยนต์ของมันนี่แกรมครอบคลุมอยู่แล้ว
ปัจจุบันค่าธรรมเนียมโอนเงินระหว่างประเทศผ่านช่องทางดั้งเดิมมักอยู่ในช่วงหลายเปอร์เซ็นต์ของจำนวนเงินที่ส่ง และต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงถึงหลายวันกว่าที่ผู้รับจะได้เงินสด สเตเบิลคอยน์ที่ผูกกับสกุลเงินหลัก เช่น ดอลลาร์สหรัฐ สามารถจัดการธุรกรรมข้ามประเทศได้เกือบเรียลไทม์ ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่ามาก หากเชื่อมต่อกับจุดรับ–จ่ายเงินสดที่อยู่ใกล้ชุมชน ก็จะปิดช่องว่างระหว่างโลกดิจิทัลกับ ‘กระเป๋าสตางค์จริง’ ของผู้ใช้
ด้านมันนี่แกรม หลังจากเปลี่ยนสถานะเป็น ‘บริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์’ ตั้งแต่ปี 2023 บริษัทหันมาโฟกัสเรื่อง ‘เพิ่มความแข็งแรงของธุรกิจจากภายใน’ มากกว่าการไล่ตัวเลขการเติบโตระยะสั้น ซูฮูย้ำว่า กลยุทธ์ปัจจุบันให้ความสำคัญกับ ‘การสร้างมูลค่าระยะยาว’ และยอมรับว่าการปรับโครงสร้างธุรกิจอาจใช้เวลา แต่จะช่วยให้บริษัทพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมการชำระเงินในอนาคต
สำหรับดีลระหว่างคราเคนและมันนี่แกรม นักวิเคราะห์จำนวนไม่น้อยมองว่า นี่ไม่ใช่แค่ ‘ข้อตกลงทางธุรกิจทั่วไป’ แต่เป็น ‘การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน’ ที่จะช่วยให้ ‘คริปโต’ ก้าวออกจากจอมือถือและเว็บเทรด สู่การเป็นเครื่องมือการเงินที่จับต้องได้ในชีวิตประจำวันของคนจำนวนมาก โดยเฉพาะในตลาดที่ระบบธนาคารยังไม่สมบูรณ์
หากแผนการเชื่อมต่อระหว่าง ‘คริปโต’ และ ‘เงินสด’ ผ่านเครือข่ายของมันนี่แกรมสามารถขยายไปได้จริงในระดับโลก ก็มีแนวโน้มจะเร่งให้การยอมรับคริปโตในฐานะเครื่องมือโอนเงินและเก็บมูลค่าขยายวงกว้างยิ่งขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นหนึ่งในตัวเร่งสำคัญต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะถัดไป
ความคิดเห็น 0