บีทีคิว เทคโนโลยีส์(BTQ Technologies) ถูกเลือกให้เป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยหลัก สำหรับโครงการทดสอบแนวคิด (PoC) ‘สเตเบิลคอยน์วอนเกาหลี’ ที่ขับเคลื่อนโดยธนาคารในประเทศเป็นครั้งแรก โดยโครงสร้างความปลอดภัยที่ใช้ ‘การเข้ารหัสทนทานต่อควอนตัม’ ถูกมองว่าจะช่วยให้ BTQ มีโอกาสโดดเด่นในศึกชิงมาตรฐานตลาดสเตเบิลคอยน์วอนเกาหลีในระยะยาว
BTQ เตรียมนำโครงข่าย ‘ควอนตัม ซีเคียวร สเตเบิลคอยน์ เน็ตเวิร์ก’(Quantum Secure Stablecoin Network: QSSN) ของตน ไปติดตั้งบนเมนเน็ตของคาเอีย(Kaia) เพื่อสนับสนุนโปรเจกต์ที่นำโดย ไอเอ็มแบงก์(iM Bank) ครั้งนี้ถือเป็นกรณีแรกที่ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ของเกาหลี นำสเตเบิลคอยน์ที่อ้างอิงเงินวอน ไปอยู่บนบล็อกเชนแบบเลเยอร์1 สาธารณะอย่างเป็นทางการ
จากคำประกาศอย่างเป็นทางการ BTQ ระบุว่าจะให้ทั้งบริการที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ ควบคู่กับการให้บริการ QSSN เป็น ‘ชั้นความปลอดภัยเชิงควอนตัมหลัก’ โดย QSSN ถูกออกแบบมาเพื่อให้ธนาคาร ผู้ให้บริการชำระเงิน และแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัล สามารถออกและบริหารสเตเบิลคอยน์ได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางภัยคุกคามจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคต จุดเด่นคือรองรับการใช้งานบนเครือข่ายที่เข้ากันได้กับ EVM ปกป้องกระเป๋าเงินแบบสมาร์ตแอคเคานต์ พร้อมทั้งรองรับมาตรฐานการนามธรรมบัญชี ERC-4337 และผสาน ‘การเข้ารหัสทนทานต่อควอนตัม’ ที่อิงมาตรฐาน ML-DSA
การเลือกครั้งนี้ยังสะท้อนบทบาทของคาเอียชัดขึ้นอีกครั้ง คาเอียคือเครือข่ายบล็อกเชนเลเยอร์1 สาธารณะที่เกิดจากการรวมตัวของ เคลย์ตัน และเครือข่ายของไลน์อย่าง ฟินเซีย โดยถูกออกแบบให้ตอบโจทย์การชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ของสถาบันการเงินเป็นหลัก ไฮไลต์อยู่ที่เวลาสร้างบล็อกระดับราว ‘1 วินาที’ และการยืนยันธุรกรรมแบบเกือบจะทันที ในเกาหลีใต้ ขณะนี้มีหลายเครือข่ายที่กำลังกระโดดเข้ามาชิงตลาด PoC สเตเบิลคอยน์วอนเกาหลี ทั้งอวาลานช์(AVAX), GIWA เชน และโซลานา(SOL) ทำให้ ‘การจับคู่ระหว่างเครือข่ายกับเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย’ กลายเป็นจุดตัดสินเกมสำคัญ
ด้านสภาพตลาดก็หนุนหลังชัดเจน รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังเดินหน้าออกกฎหมายรองรับสเตเบิลคอยน์ที่มี ‘เงินวอน’ เป็นสินทรัพย์ค้ำประกัน ขณะเดียวกันตลาดภายในประเทศกลับเห็นแนวโน้มเงินทุนไหลออกสู่สเตเบิลคอยน์ดอลลาร์ต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง วงการประเมินกันว่าเฉพาะไตรมาสแรกของปี 2025 เม็ดเงินราว ‘4 หมื่นล้านดอลลาร์’ ได้ไหลเข้าสู่สเตเบิลคอยน์ดอลลาร์ในต่างประเทศแล้ว แรงกดดันให้ต้องสร้าง ‘ทางเลือกบนฐานเงินวอนในประเทศ’ จึงเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
BTQ ก่อนหน้านี้เคยนำ QSSN ไปใช้งานกับผู้ให้บริการชำระเงินและยืนยันตัวตนผ่านมือถือรายใหญ่ของเกาหลีอย่าง ดานัล รวมถึงผู้พัฒนาโซลูชันการเงินในประเทศอย่าง ฟิงเกอร์ มาแล้ว การเข้าร่วมโครงการกับ iM แบงก์ในครั้งนี้ จึงเปรียบเสมือนการขยายจากภาคฟินเทคสู่ระดับ ‘ทดลองใช้งานในระบบธนาคาร’ ยิ่งช่วยเสริมความน่าเชื่อถือของเทคโนโลยีในฐานะ ‘โครงสร้างพื้นฐานสเตเบิลคอยน์วอนเกาหลี’ มากยิ่งขึ้น
กรณีนี้จึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การทดสอบแนวคิด ‘ความคิดเห็น’ หากมองในมุมโครงสร้างตลาด ใครสามารถฝังระบบความปลอดภัยที่ตอบโจทย์โลกหลังยุคควอนตัมเข้าไปในสเตเบิลคอยน์วอน ตั้งแต่วันที่ยังเชื่อมต่อกับระบบการเงินดั้งเดิมไม่เต็มรูปแบบ ย่อมมีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นมาตรฐานในอนาคต เมื่อประเทศในเอเชียต่างเร่งสร้างระบบสเตเบิลคอยน์ที่เชื่อมโยงกับพันธบัตรรัฐบาล ธนาคาร และโครงข่ายการชำระเงินของตนเอง แนวทางที่ ‘วางชั้นความปลอดภัยเชิงควอนตัมตั้งแต่ระดับฐานราก’ จึงมีแนวโน้มถูกจับตามองและได้รับการยอมรับมากขึ้นในระยะยาว
ความคิดเห็น 0