อีเธอเรียม(ETH) ยังเคลื่อนไหวในภาวะ ‘อ่อนแรง’ ต่อเนื่อง ขณะที่ผลิตภัณฑ์ใหม่จากกระเป๋าเงินคริปโตยอดนิยมอย่าง ‘เมตามาสก์’ กลายเป็นตัวแปรสำคัญของตลาด ราคาปัจจุบันแกว่งตัวบริเวณ 1,600 ดอลลาร์ (ราว 2.44 ล้านบาท) และยังถูกกดให้อยู่ใต้แนวต้านเชิงเทคนิคสำคัญ
เมื่อวันที่ 8 (เวลาท้องถิ่น) เมตามาสก์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากคอนเซนซิส(ConsenSys) ได้เปิดตัวกระเป๋าเงินอัจฉริยะ ‘Agent Wallet’ อย่างเป็นทางการ โดยชูจุดเด่นด้าน ‘AI’ สำหรับช่วยจัดการธุรกรรมแบบอัตโนมัติ ฟังก์ชันหลักคือให้เอเจนต์ AI สามารถดำเนินการ ‘สวอป’ เทรดอนุพันธ์ เข้าร่วมตลาดคาดการณ์ และให้สภาพคล่องบนอีเธอเรียม(ETH) และเชนตระกูล EVM โดยผู้ใช้เพียงตั้งค่าพารามิเตอร์ล่วงหน้า
ทุกคำสั่งซื้อขายจะถูก ‘จำลองธุรกรรม’ ก่อนรันจริง พร้อมระบบกำหนดวงเงินใช้จ่ายต่อวันและ ‘ไวต์ลิสต์’ สำหรับกำหนดปลายทางที่เชื่อถือได้ ด้านความปลอดภัย เมตามาสก์ดึงบล็อกเอด(Blockaid) บริษัทด้านความปลอดภัยบนบล็อกเชนมาช่วยตรวจจับความเสี่ยงการหลอกลวง หากตรวจพบธุรกรรมผิดปกติ ระบบจะบังคับใช้การยืนยันตัวตนสองชั้นทันที
โจ รูบิน(Joe Lubin) ผู้ก่อตั้งคอนเซนซิส ระบุว่า “ข้างหน้าเราจะเห็น ‘AI ทำธุรกรรม ตรวจสอบ และร่วมมือกันบนบล็อกเชน’ มากขึ้นเรื่อย ๆ” ‘ความคิดเห็น’ การมองว่า AI เป็นผู้เล่นตัวจริงบนเครือข่าย ไม่ใช่แค่เครื่องมือเสริม ถือเป็นนัยสำคัญต่อดีไซน์โปรโตคอลรุ่นใหม่
ขณะเดียวกัน ผู้เล่นรายใหญ่รายอื่นก็เร่งลงสนาม ‘กระเป๋าเงิน AI’ เช่น เจมินี, ทรัสต์วอลเล็ต และอูบิต(Oobit) ที่ได้รับการสนับสนุนจากเทเธอร์(USDT) ทำให้การแข่งขันด้านอินฟราสตรักเชิง AI เดือดขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อเมตามาสก์ครองส่วนแบ่งตลาดกระเป๋าเงินคริปโตราว ‘26%’ ทำให้ Agent Wallet มีโอกาสสร้างอิมแพ็กมากกว่าการเป็นเพียงโปรเจกต์ทดลอง
ด้านราคา อีเธอเรียม(ETH) ตอนนี้ยังถูกกดให้อยู่ใต้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 20 วัน, 50 วัน และ 100 วัน สะท้อนภาพเทคนิคที่ยังเป็นขาลงชัดเจน ระดับ ‘1,500 ดอลลาร์’ (ราว 2.29 ล้านบาท) ถูกจับตาเป็นแนวรับหลัก หากหลุดลงไป นักวิเคราะห์บางส่วนเตือนว่าอาจเห็นราคาถูกเทขายลงไปแถวโซน ‘1,200 ดอลลาร์’ ได้ไม่ยาก
อย่างไรก็ตาม ฝั่งมุมมองเชิงบวกยังไม่ได้หายไปไหน หากราคาเบรกทะลุกรอบบนของ ‘โบลินเจอร์แบนด์’ บริเวณใกล้ 1,800 ดอลลาร์ขึ้นไปพร้อมกับปริมาณซื้อขายที่อิง ‘เอเจนต์ AI’ ขยายตัว ประกอบกับเม็ดเงินสถาบันไหลเข้าต่อเนื่อง ก็มีโอกาสเห็นการ ‘กลับมายืนเหนือ 2,000 ดอลลาร์’ อีกครั้ง ตามมุมมองของนักวิเคราะห์บางราย
ข้อมูลจาก BTCC ระบุว่า ตอนนี้มีเงินทุนจากสถาบันไหลเข้าสู่ตลาดอีเธอเรียมแล้วมากกว่า 200 ล้านดอลลาร์ (ราว 3,048 ล้านบาท) ช่วยพยุง “พื้นฐานด้านสภาพคล่อง” ของตลาดไม่ให้ทรุดตัวลงไปมากกว่านี้ ‘ความคิดเห็น’ เม็ดเงินสถาบันในระดับนี้อาจไม่เพียงพอสำหรับการเปิดรอบขาขึ้นใหญ่ แต่ก็เป็นกันชนสำคัญต่อแรงขายรุนแรง
กระนั้น มุมมองส่วนใหญ่ยังเห็นว่าในระยะสั้นอีเธอเรียม(ETH) มีโอกาสสูงที่จะเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ๆ ระหว่าง ‘1,550–1,700 ดอลลาร์’ เนื่องจาก ‘กระแส AI’ ยังต้องใช้เวลาในการถูกสะท้อนเข้าสู่ราคาอย่างเต็มที่ ปัจจัยด้านมหภาค เช่น ทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ และภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของนักลงทุน ยังสามารถกดแรงซื้อให้จำกัดได้ทุกเมื่อ
ฝั่งนักพัฒนา องค์กรอีเธอเรียมก็เดินหน้าผลักดันการใช้ ‘AI agent บนเชน’ อย่างจริงจัง หวังขยายกรณีใช้งานและเพิ่มกิจกรรมบนเครือข่าย แต่แรงขับเคลื่อนเชิงโครงสร้างนี้อาจถูกเบรกได้ หากบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกกลับมาเน้นความปลอดภัยมากกว่าการเสี่ยง
ในขณะที่โครงสร้างพื้นฐานและเงินสถาบันถูกเสริมความแข็งแรง ระบบนิเวศของอีเธอเรียม(ETH) ยังดึงดูด ‘ทุนใหม่’ ไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงสูงอย่าง ‘มีมคอยน์’ เพิ่มขึ้น นักลงทุนส่วนหนึ่งหันจากเหรียญใหญ่ไปมองหาโอกาสทำกำไรในโปรเจกต์ระยะแรกที่มีโอกาสเติบโตหลายเท่า
หนึ่งในโปรเจกต์ที่ถูกพูดถึงคือ แม็กซี โดจ(Maxi Doge, MAXI) ซึ่งกำลังอยู่ในช่วง ‘พรีเซล’ ที่ราคาประมาณ 0.0002823 ดอลลาร์ (ราว 0.43 บาท) พร้อมยอด筹รวบรวมทุนแล้วกว่า 4.7 ล้านดอลลาร์ (ราว 71.6 ล้านบาท) โปรเจกต์นี้ผสมคอนเซ็ปต์ ‘สายฟิตเนส’ เข้ากับวัฒนธรรมเทรดเลเวอเรจ ใช้กลยุทธ์การตลาดแบบเน้นคอมมูนิตี้ จัดการแข่งขันสำหรับผู้ถือ และตั้งกองทุนสภาพคล่องเพื่อดึงดูดเทรดเดอร์
กระแสการลงทุนดังกล่าวสะท้อนว่า ระบบนิเวศรอบอีเธอเรียม(ETH) กำลังอยู่ในช่วง “เปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้าง” ที่ซับซ้อน มีทั้ง ‘AI’, เม็ดเงินสถาบัน และ ‘มีมคอยน์’ เข้ามาเป็นปัจจัยผสมผสาน แม้ทิศทางราคาระยะสั้นอาจถูกจำกัดในกรอบ แต่การเคลื่อนตัวเชิงโครงสร้างของตลาดอีเธอเรียมยังคงดำเนินต่อไปและอาจปูทางสู่รอบวัฏจักรถัดไปในอนาคต
ความคิดเห็น 0