บิตคอยน์(BTC) ยังเคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนตัวต่อเนื่องนับตั้งแต่เข้าสู่ปี 2026 แต่ตลาดเริ่มจับตา ‘โอกาสรีบาวด์ในเดือนกรกฎาคม’ อย่างใกล้ชิด แม้จะเผชิญการร่วงแรงในเดือนมิถุนายนจนกลายเป็นผลงานแย่สุดในรอบ 4 ปี ทว่า ‘สถิติในอดีต’ กลับชี้ว่าเดือนกรกฎาคมมักให้น้ำหนักกับการฟื้นตัวมากกว่าแรงขาย
เมื่อวันที่ 6 (เวลาท้องถิ่น) ตามข้อมูลจากตลาดคริปโตต่างประเทศ บิตคอยน์ปิดครึ่งปีแรก 2026 ด้วยภาพรวมที่น่าผิดหวัง โดยในช่วง 6 เดือน มีถึง 4 เดือนที่ราคาปิดลบ โดยเฉพาะเดือนมิถุนายนที่ปรับตัวลงราว 20.5% ถือเป็นการร่วงแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 หรือเรียกได้ว่าเป็น ‘เดือนมิถุนายนที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 4 ปี’
‘จุดเริ่มต้นของการรูดลง’ ย้อนกลับไปช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ขณะนั้นราคาบิตคอยน์พุ่งทะลุโซน 82,000 ดอลลาร์ (ราว 1.2546 ล้านบาท) สร้างความคาดหวังว่าตลาดอาจเดินหน้าทำจุดสูงสุดใหม่ แต่ราคากลับเจอ ‘แรงต้าน’ หนาแน่นบริเวณดังกล่าว จนโมเมนตัมเชิงบวกพลิกเป็นแรงขายอย่างรวดเร็ว กระแส ‘ขายเดือนพฤษภาคมแล้วออกจากตลาด’ ถูกพูดถึงอีกครั้ง และคราวนี้ก็กลายเป็นแรงกดดันต่อเนื่องในเชิง ‘เม็ดเงินขายจริง’
เมื่อเข้าสู่เดือนมิถุนายน บิตคอยน์ถูกกดลงมาต่ำกว่า 70,000 ดอลลาร์ และแนวรับสำคัญบริเวณ 60,000 ดอลลาร์ (ราว 9.18 แสนบาท) ก็ถูกเจาะลงไปหลายครั้ง นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐปี 2024 ที่ราคาลงลึกจนหลุดระดับดังกล่าว ในระยะเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ มูลค่าบิตคอยน์หายไปราว 25,000 ดอลลาร์ต่อเหรียญ
ถึงอย่างนั้น ช่วงปลายเดือนมิถุนายนเริ่มเห็นสัญญาณ ‘แรงซื้อกลับ’ บางส่วน ช่วยลดความรุนแรงของการปรับฐาน และทำให้มุมมองต่อ ‘เดือนกรกฎาคม’ เริ่มเปลี่ยนจากความกังวลไปสู่ ‘ความหวังในการรีบาวด์’
‘สถิติเดือนกรกฎาคม’ กลายเป็นจุดโฟกัสสำคัญของนักลงทุนบิตคอยน์ จากข้อมูลตลอด 13 ปีที่ผ่านมา พบว่าใน 9 จาก 13 ครั้ง เดือนกรกฎาคมปิดบวก และที่น่าสนใจคือ ‘ทุกครั้งที่เดือนมิถุนายนปิดลบ’ เดือนกรกฎาคมถัดมา ‘จบเดือนในแดนบวกทั้งหมด’ ทำให้แนวคิดเรื่อง ‘ฤดูกาลแห่งการฟื้นตัวในกรกฎาคม’ ถูกหยิบมาพูดถึงอีกครั้ง
สำหรับปี 2026 เดือนกรกฎาคมเริ่มต้นได้ค่อนข้างดี บิตคอยน์ดีดกลับขึ้นมายืนเหนือ 63,000 ดอลลาร์ (ราว 9.639 แสนบาท) ระหว่างช่วงสุดสัปดาห์ สร้างภาพของ ‘รีบาวด์ระยะสั้น’ ให้เกิดขึ้นแล้วระดับหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม การจะเปลี่ยนรีบาวด์สั้นๆ ให้กลายเป็น ‘แนวโน้มขาขึ้นใหม่’ ยังมีเงื่อนไขสำคัญที่ตลาดต้องจับตา ‘กระแสเงินในกองทุน ETF บิตคอยน์แบบสปอต’ คือปัจจัยหลักในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา การไหลออกของเงินลงทุนจาก ETF ถูกมองว่าเป็นตัวฉุดไม่ให้บิตคอยน์ทะยานขึ้นได้เต็มที่ หากการขายสุทธิตรงนี้ไม่หยุดหรือไม่ลดลง การฟื้นตัวก็เสี่ยงสะดุดกลางทาง
ด้านข้อมูล ‘ออนเชน’ ก็ยังไม่สดใสนัก ตามตัวชี้วัดค่าพรีเมียมของคอยน์เบส(Coinbase Premium) สะท้อนว่า ‘อุปสงค์ซื้อจริง’ จากนักลงทุนสหรัฐและเกาหลีใต้ยังอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด นั่นหมายความว่าแม้ราคาจะพยายามดีด แต่แรงซื้อตัวจริงจากตลาดสpot ยังตามไม่ทัน
ในฝั่ง ‘ปัจจัยมหภาค’ ก็ยังเป็นตัวแปรสำคัญ ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หากมีแนวโน้มคลี่คลายหรือมีโอกาส ‘ข้อตกลงสันติภาพ’ แรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงอาจลดลง ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนที่เกี่ยวข้องกับการเมืองสหรัฐอย่างการเลือกตั้งกลางเทอมและทิศทางนโยบายเศรษฐกิจ หากเริ่มชัดเจนมากขึ้น ก็อาจช่วยยกระดับ ‘ความเชื่อมั่นในตลาดการเงิน’ รวมถึงตลาดคริปโตได้
ด้านเทคนิคเองเริ่มมี ‘สัญญาณบวก’ ให้เห็น หลังจากบิตคอยน์ยืนเหนือ 60,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง ทำให้หลายฝ่ายมองว่าโซนดังกล่าวอาจกลายเป็น ‘ฐานรองรับรอบใหม่’ นักวิเคราะห์คริปโตชื่อดังอย่าง ‘เรคต์แคพิทอล(Rrekt Capital)’ ระบุว่า บิตคอยน์กำลังทดสอบเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียล 50 เดือน (50M EMA) บริเวณประมาณ 65,000 ดอลลาร์ (ราว 9.945 แสนบาท) และมีแนวโน้มว่าจะ ‘เปลี่ยนระดับนี้ให้กลายเป็นแนวต้านใหม่ที่ต้องฝ่าให้ได้’ เพื่อยืนยันการกลับตัวเต็มรูปแบบ
‘ความคิดเห็น’ หากมองในภาพรวม เดือนกรกฎาคม 2026 อาจเป็น ‘จุดเปลี่ยนสำคัญ’ ของบิตคอยน์(BTC) ระหว่างการกลับขึ้นสู่ขาขึ้นรอบใหม่ หรือการกลายเป็นเพียงเดดแคทบาวน์ชั่วคราว สถิติในอดีตที่มักหนุนให้กรกฎาคมปิดบวกถือเป็นปัจจัยเชิงบวก แต่สุดท้ายทิศทางราคายังขึ้นกับ ‘การหยุดไหลออกของเงิน ETF ความแข็งแรงของแรงซื้อจริงในตลาดสpot และบรรยากาศเศรษฐกิจการเมืองโลก’ หากเงื่อนไขเหล่านี้เริ่มเข้าทางมากขึ้น โอกาสที่บิตคอยน์จะใช้ ‘กรกฎาคม’ เป็นเวทีรีบาวด์รอบใหญ่ ก็ยังเปิดกว้างอยู่ไม่น้อยในสายตานักลงทุนคริปโตจำนวนมาก
ความคิดเห็น 0