อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ร่วงลงมาอยู่ที่ 4.693% ส่งผลให้ราคาพันธบัตรพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น หลังราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับขึ้นระหว่างวันเปลี่ยนทิศทางลง จากความหวังที่การเจรจาเรื่องช่องแคบฮอร์มุซจะมีความคืบหน้า ทำให้ยิลด์พันธบัตรที่เคยขยับขึ้นระหว่างวันหันหัวกลับตามไปด้วย
ตามข้อมูลจากหน้าจอยิลด์ต่างประเทศของ ยอนฮับอินโฟแม็กซ์ (Yonhap Infomax) เมื่อวันที่ 11 (เวลาท้องถิ่น) ณ เวลา 22.03 น. ตามเวลาไทย ในตลาดพันธบัตรนิวยอร์ก ยิลด์พันธบัตรอายุ 10 ปี อยู่ที่ 4.693% ลดลง 0.90 bp จากราคาปิดอ้างอิงเมื่อ 15.00 น. ของวันทำการก่อนหน้า
ยิลด์พันธบัตรอายุ 2 ปี ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงิน ลดลง 1.90 bp มาอยู่ที่ 4.228% ในช่วงเวลาเดียวกัน ส่วนยิลด์พันธบัตรอายุ 30 ปี ลดลง 0.20 bp มาอยู่ที่ 5.243%
ส่วนต่างระหว่างยิลด์พันธบัตรอายุ 10 ปีและ 2 ปี ขยับกว้างขึ้นจาก 45.5 bp ในวันก่อนหน้า เป็น 46.5 bp เนื่องจากยิลด์พันธบัตรระยะสั้นปรับลงมากกว่าระยะยาว ทำให้ส่วนต่างระหว่างสองอัตรานี้ถ่างออก
bp คือหน่วยวัดการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย โดย 1 bp เท่ากับ 0.01 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ ยิลด์พันธบัตรกับราคาพันธบัตรเคลื่อนไหวสวนทางกันเสมอ ดังนั้นเมื่อยิลด์ลดลง จึงหมายถึงราคาพันธบัตรปรับขึ้น
ก่อนหน้านี้ในช่วงเช้าของการซื้อขาย ราคาพันธบัตรเคยอ่อนตัวลง โดยยิลด์พันธบัตรอายุ 10 ปี เคยขึ้นไปแตะ 4.739% ระหว่างวัน ขณะที่ยิลด์พันธบัตรอายุ 30 ปี ขึ้นไปแตะ 5.282%
คาวาจา อาซิฟ (Khawaja Asif) รัฐมนตรีกลาโหมปากีสถาน ให้สัมภาษณ์สื่อว่า "จากสัญญาณในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา เราใกล้จะบรรลุข้อตกลงบางอย่างแล้ว" พร้อมระบุว่า "สถานการณ์กำลังคลี่คลายไปในทิศทางที่เอื้อต่อสันติภาพ" โดยไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของวาระการเจรจา คำกล่าวนี้สะท้อนว่าฝ่ายปากีสถานมองสัญญาณเชิงบวกจากกระบวนการเจรจา แม้ยังไม่มีความชัดเจนในเนื้อหา
ตลาดตีความคำพูดของอาซิฟว่าเป็นสัญญาณว่าความตึงเครียดรอบช่องแคบฮอร์มุซอาจคลี่คลายลง เมื่อราคาน้ำมันดิบโลกพลิกกลับมาเป็นขาลง ยิลด์พันธบัตรสหรัฐฯ ก็ปรับลดลงตามไปด้วยราว 5 bp
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ส่งมอบเดือนกันยายน อยู่ที่ 81.91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ประมาณ 116,100 วอน) ลดลง 0.27% จากวันก่อนหน้า ณ เวลา 22.03 น. ตามเวลาไทย ทั้งนี้ ราคาน้ำมันเคยปรับขึ้นระหว่างวันไปถึง 3.02% แต่คืนกลับส่วนที่ปรับขึ้นทั้งหมด หลังกระแสมองบวกต่อการเจรจาแพร่กระจายในตลาด
ราคาน้ำมันสามารถส่งผลต่อตลาดพันธบัตรผ่านมุมมองด้านเงินเฟ้อ โดยทั่วไปราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นจะเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้ยิลด์ปรับขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันที่ลดลงมักถูกตีความในทิศทางตรงข้าม
มาเจด อัล อันซารี (Majed Al Ansari) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ กล่าวว่า "การเจรจาระหว่างโอมานและอิหร่านเดินหน้าไปถึงขั้นตอนที่มีความคืบหน้าแล้ว" และ "ได้รับคำตอบเชิงบวกจากทั้งโอมานและอิหร่าน" พร้อมกล่าวเสริมว่า "การเจรจาอยู่ในขั้นที่ละเอียดอ่อน และกาตาร์สนับสนุนความพยายามทุกด้านเพื่อคลี่คลายความตึงเครียด" คำกล่าวนี้ตอกย้ำว่าฝ่ายกาตาร์ในฐานะคนกลางมองเห็นความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น แม้จะยังเตือนว่าสถานการณ์ยังเปราะบาง
การเจรจาที่เกี่ยวข้องกับช่องแคบฮอร์มุซในช่วงนี้ ไม่ได้ส่งผลแค่ต่อราคาน้ำมันดิบโลกเท่านั้น แต่ยังทำให้ทิศทางระหว่างวันของตลาดเงินตราต่างประเทศ ตลาดหุ้น และตลาดพันธบัตรเปลี่ยนแปลงตามไปด้วยหลายครั้ง ก่อนหน้านี้ ทางเรารายงานว่า ดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index) เคยแกว่งตัวลงลึกขึ้นระหว่างวันเมื่อราคาน้ำมันดิบโลกร่วงลงจากความคาดหวังต่อการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน ก่อนจะฟื้นกลับมาทรงตัวในแดนบวกเล็กน้อย
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ เคยเคลื่อนไหวสวนทางลักษณะนี้มาแล้วในการซื้อขายรอบก่อนหน้าที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นแรง โดย ช่วงที่ WTI ปรับขึ้น 5.05% จากวันก่อนหน้า ยิลด์พันธบัตรอายุ 10 ปี ขยับขึ้นไปแตะ 4.7020%
ราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรถือเป็นตัวแปรเชิงมหภาคที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงบิตคอยน์(BTC) ด้วย อย่างไรก็ตาม ผลกระทบโดยตรงจากราคาพันธบัตรที่แข็งค่าขึ้นครั้งนี้ต่อตลาดบิตคอยน์ยังต้องติดตามความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมต่อไป
ความคิดเห็น 0