ฮันวาไลฟ์ (Hanwha Life) ตั้งเป้าหมายเพิ่มกำไรของบริษัทในเครือต่างประเทศเป็น 200,000 ล้านวอนภายในปี 2026 และ 304,100 ล้านวอนภายในปี 2030 พร้อมวางแผนบริหารอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนตามความเสี่ยง (K-ICS หรือคิกส์) ให้อยู่เหนือ 165% ภายในสิ้นปีนี้
ฮันวาไลฟ์เปิดเผยในการแถลงผลประกอบการช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้เมื่อวันที่ 12 ที่ผ่านมาว่า กำไรสุทธิของบริษัทในเครือต่างประเทศอยู่ที่ 103,000 ล้านวอน โดยบริษัทในเวียดนามมียอดขาย 100,700 ล้านวอน และกำไรก่อนภาษี 40,600 ล้านวอน ส่วนโนบูแบงก์ (Nobu Bank) ในอินโดนีเซียมียอดขาย 155,300 ล้านวอน และกำไรก่อนภาษี 37,000 ล้านวอน
ลี กยูซอน (Lee Gyu-seon) หัวหน้าทีมบริหารธุรกิจต่างประเทศของฮันวาไลฟ์ กล่าวว่า 'สำหรับกำไรของบริษัทในเครือต่างประเทศ เราตั้งเป้าไว้ที่ 200,000 ล้านวอนในปี 2026 และ 304,100 ล้านวอนในปี 2030 พร้อมจะเพิ่มสัดส่วนที่ปัจจุบันอยู่ที่ 11% ขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง' คำกล่าวนี้สะท้อนแผนของบริษัทที่ต้องการปั้นบริษัทในเครือต่างประเทศให้เป็นเสาหลักการเติบโตระยะกลางถึงยาวของผลประกอบการรวม
ปัจจุบันสัดส่วนกำไรของบริษัทในเครือต่างประเทศอยู่ที่ 11% ของผลประกอบการรวม ฮันวาไลฟ์วางแผนเพิ่มสัดส่วนรายได้จากบริษัทต่างประเทศ เพื่อขยายฐานกำไรรวมให้กว้างขึ้นนอกเหนือจากธุรกิจประกันในประเทศและการบริหารสินทรัพย์
บริษัทตั้งเป้าหมายรักษาผลประกอบการของบริษัทในเครือต่างประเทศในช่วงครึ่งปีหลังให้อยู่ในระดับเดียวกับครึ่งปีแรก โดยลีกล่าวเสริมว่า 'ในครึ่งปีหลังเราจะพยายามรักษาระดับผลประกอบการให้เท่ากับครึ่งปีแรก พร้อมรับมือกับความผันผวนของตลาดการเงินโลก และเดินหน้าการเติบโตเชิงคุณภาพที่เน้นความสามารถในการทำกำไรต่อไป'
ผลประกอบการของบริษัทในเครือต่างประเทศมีส่วนช่วยให้ผลประกอบการรวมในช่วงครึ่งปีแรกดีขึ้นด้วย โดยกำไรสุทธิรวมไตรมาส 2 ของฮันวาไลฟ์อยู่ที่ 522,900 ล้านวอน เพิ่มขึ้น 215.47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิรวมของบริษัทในเครือทั้งหมดในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ราว 500,900 ล้านวอน
ฮันวาไลฟ์ยังตั้งเป้าหมายด้านความมั่นคงทางการเงินด้วย โดยวางแผนบริหารอัตราส่วนคิกส์ให้อยู่เหนือ 165% และอัตราส่วนเงินกองทุนขั้นพื้นฐาน (Basic Capital) ให้อยู่เหนือ 60% ภายในสิ้นปีนี้
คิกส์เป็นตัวชี้วัดความสามารถทางการเงินของบริษัทประกันในการจ่ายเงินสินไหมให้แก่ผู้เอาประกัน คำนวณจากเงินกองทุนที่ใช้ได้หารด้วยเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฎหมาย ยิ่งอัตราส่วนสูง ยิ่งหมายความว่าบริษัทมีเงินกองทุนที่ใช้ได้มากกว่าที่กฎหมายกำหนด
พัค ซูวอน (Park Su-won) หัวหน้าทีมบริหารความเสี่ยงของฮันวาไลฟ์ กล่าวว่า 'ตั้งแต่ปีหน้าจะมีการบังคับใช้กฎเกณฑ์อัตราส่วนเงินกองทุนขั้นพื้นฐาน เราจึงจะเดินหน้ามาตรการต่าง ๆ เพื่อลดเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฎหมาย' พร้อมระบุว่า 'จะบริหารอัตราส่วนเงินกองทุนขั้นพื้นฐานผ่านวิธีการหลากหลาย เช่น การประกันภัยต่อร่วม (Coinsurance) และระบบอนุมัติแบบจำลองภายใน (Internal Model)' คำกล่าวนี้ชี้ว่าบริษัทเตรียมรับมือกฎเกณฑ์ใหม่ไว้ล่วงหน้าก่อนมีผลบังคับใช้
การประกันภัยต่อร่วมเป็นวิธีที่บริษัทประกันแบ่งความเสี่ยงและสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับผู้เอาประกันให้กับบริษัทรับประกันภัยต่อ ส่วนระบบแบบจำลองภายในเป็นกรอบการคำนวณเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฎหมายโดยบริษัทประเมินลักษณะความเสี่ยงของตนเอง ซึ่งผลการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลจะมีผลต่อวิธีบริหารเงินกองทุนของบริษัท
ฮันวาไลฟ์ยังเปิดเผยผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยต่ออัตราส่วนคิกส์ด้วย โดยพัคกล่าวว่า 'หากสมมติว่าอัตราดอกเบี้ยทั้งในและต่างประเทศปรับขึ้นพร้อมกันฝั่งละ 10bp อัตราส่วนคิกส์จะปรับขึ้นราว 0.4 จุดเปอร์เซ็นต์'
bp เป็นหน่วยวัดการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย โดย 1bp เท่ากับ 0.01 จุดเปอร์เซ็นต์ ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินภายใต้สมมติฐานที่อัตราดอกเบี้ยทั้งในและต่างประเทศปรับขึ้นฝั่งละ 0.1 จุดเปอร์เซ็นต์
อัตราส่วนคิกส์ของฮันวาไลฟ์ ณ สิ้นเดือนมิถุนายนปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 167% เพิ่มขึ้น 9.5 จุดเปอร์เซ็นต์จากสิ้นปีก่อน โดยบริษัทระบุว่าเป็นผลจากกำไรที่ขยายตัวและเงินกองทุนที่ใช้ได้เพิ่มขึ้นตามอัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้น
ฮันวาไลฟ์ยังได้รับเลือกเป็นผู้เจรจาซื้อกิจการรายเดียว (Preferred Bidder) สำหรับการเข้าซื้อกิจการแอคิวออน แคปปิตอล (AcuOn Capital) และแอคิวออน เซฟวิ่งส์แบงก์ (AcuOn Savings Bank) โดยวางแผนเพิ่มธุรกิจสินเชื่อเข้าไปในพอร์ตโฟลิโอที่มีธุรกิจประกันและการลงทุนอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันมูลค่าการเข้าซื้อกิจการที่ชัดเจน ทำให้ยังประเมินผลกระทบทางการเงินไม่ได้ในขณะนี้
ด้านแผนการจ่ายเงินปันผล ฮันวาไลฟ์ระบุว่าจะเปิดเผยหลังการปรับปรุงระบบเงินคืนกรณียกเลิกกรมธรรม์ (Surrender Value) ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน โดยบริษัทจะแจ้งแผนการจ่ายเงินปันผลในอนาคตทันทีที่รายละเอียดของการปรับปรุงระบบดังกล่าวได้ข้อยุติ
ความคิดเห็น 0