โซคาร์ โมบิลิตี้ มาเลเซีย (SOCAR Mobility Malaysia) เตรียมยุติบริการคาร์แชร์ริ่งในมาเลเซียอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ หลังบริษัทร่วมทุนที่เอสเค(SK, 034730) ตั้งขึ้นเพื่อขยายธุรกิจโมบิลิตี้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้อง'ยุติธุรกิจ'ท่ามกลางภาระขาดทุนสะสมและภาวะทุนติดลบ
Asia Economy สื่อเกาหลีใต้รายงานว่า โซคาร์ โมบิลิตี้ มาเลเซีย ได้ส่งอีเมลแจ้งผู้ใช้งานเกี่ยวกับการยุติบริการ โดยระบุวันที่สิ้นสุดบริการในมาเลเซียและกำหนดเวลาขอคืนเงินคงเหลือในกระเป๋าเงินโซคาร์
ด้านสื่อท้องถิ่นมาเลเซีย LoopMe รายงานเช่นกันว่า โซคาร์แจ้งผ่านแอปพลิเคชันและอีเมลว่าจะปิดบริการในวันที่ 31 สิงหาคม และจะเริ่มกระบวนการคืนเงินตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนเป็นต้นไป โดยบริการที่ได้รับผลกระทบคือบริการคาร์แชร์ริ่งของโซคาร์ในมาเลเซียทั้งหมด
ผู้ใช้งานที่มียอดเงินคงเหลือในบัญชีจะมีทางเลือกสอง'ทาง' คือขอรับเงินคืนตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน หรือโอนยอดคงเหลือไปยังบัญชีกระเป๋าเงินของเทรโว(Trevo) ซึ่งเป็นบริษัทลูก
เทรโวเป็นแพลตฟอร์มให้เช่ารถแบบบุคคลต่อบุคคล (P2P) โดยประกาศฉบับนี้ระบุชัดว่าบริการของเทรโวจะยังคงเปิดให้บริการตามปกติ
เอสเคร่วมกับโซคาร์(SOCAR, 403550) ในเกาหลีใต้ ก่อตั้งบริษัทร่วมทุนในมาเลเซียเมื่อปี 2017 และเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 2018 ด้วยพิธีเปิดตัวในพื้นที่
ในเวลานั้น ธุรกิจนี้ถูกจับตามองในฐานะ'ก้าวแรก'ของการขยายคาร์แชร์ริ่งสไตล์เกาหลีสู่ตลาดโลก เป็นความพยายามผสานความต้องการเดินทางในเมืองใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้ากับโมเดลแชร์รถผ่านแอปพลิเคชัน
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลงบการเงินล่าสุด ณ เดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ระบุว่าโซคาร์มาเลเซียมีรายได้ 15,212 ล้านวอน ขาดทุนสุทธิ 6,343 ล้านวอน ขณะที่ทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 107,132 ล้านวอน แต่ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมติดลบถึง 60,129 ล้านวอน สะท้อนภาวะ'ทุนติดลบทั้งหมด'
ธุรกิจคาร์แชร์ริ่งมีต้นทุนสูงทั้งการจัดหารถ ซ่อมบำรุง ประกันภัย ที่จอดรถ และการดูแลผู้ใช้งาน หากอัตราการใช้งานไม่ถึงระดับหนึ่ง ภาระต้นทุนคงที่จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
โครงสร้างผู้ถือหุ้นก็อยู่ระหว่างการปรับด้วยเช่นกัน เอสเคเปิดเผยผ่านระบบเปิดเผยข้อมูล DART ของสำนักงานกำกับดูแลการเงินเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 3 ที่ผ่านมาว่า จะออกหุ้นกู้แปลงสภาพ (CB) ให้กับ Eastbridge Partners และ Yujin Private Equity มูลค่า 5,800 ล้านวอน และ 2,900 ล้านวอน ตามลำดับ
หุ้นกู้แปลงสภาพคือตราสารหนี้ที่สามารถแปลงเป็นหุ้นได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด โดยเงินที่เอสเคระดมได้ครั้งนี้จะนำไปใช้ซื้อหลักทรัพย์ของโซคาร์มาเลเซีย
Korea Economic Daily รายงานว่าดีลนี้มีโครงสร้างให้เอสเคเข้าซื้อหุ้นจากนักลงทุนทางการเงิน (FI) เพื่อช่วยให้นักลงทุนกลุ่มนี้ถอนเงินลงทุนออกมาได้ ทั้งนี้ ตอนก่อตั้งบริษัท สัดส่วนหุ้นระหว่างเอสเคกับโซคาร์อยู่ที่ 6 ต่อ 4 แต่หลังจากโซคาร์ทยอยขายหุ้นและเอสเคซื้อหุ้นเดิมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สัดส่วนหุ้นของเอสเคในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้จึงพุ่งขึ้นไปถึง 93.74%
เมื่อวันที่ 7 ที่ผ่านมา คณะกรรมการบริหารของโซคาร์อนุมัติวาระขายหุ้นทั้งหมดในโซคาร์มาเลเซีย การที่บริการในพื้นที่ยุติลงพร้อมกับการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นในช่วงเวลาเดียวกัน สะท้อนว่าการปรับธุรกิจโดยมีเอสเคเป็นแกนหลักกำลังเดินหน้าอย่างจริงจัง
ภาพรวมนี้ต่างจากธุรกิจในประเทศเกาหลีใต้อย่างชัดเจน ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าโซคาร์มีกำไรจากการดำเนินงานรวม 6,800 ล้านวอนในไตรมาส 2 ปี 2026 ต่อเนื่องเป็นกำไรติดต่อกันถึง 8 ไตรมาส
ในประเทศเกาหลีใต้ ชั่วโมงการใช้งานคาร์แชร์ริ่งและความต้องการจากลูกค้าองค์กรเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่บริษัทในมาเลเซียกลับไม่สามารถแก้ปัญหาขาดทุนสะสมและทุนติดลบได้ ทำให้มองได้ว่าทิศทางของกลุ่มกำลังให้น้ำหนักกับการปรับโครงสร้างสินทรัพย์เพื่อเน้นทำกำไร มากกว่าการขยายตลาดต่างประเทศ
ด้านเอสเคชี้แจงเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการขายกิจการว่า “สินทรัพย์ทุกส่วนล้วนเป็นเป้าหมายของการรีบาลานซ์ เราจึงพิจารณาในหลายทิศทาง แต่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน” คำชี้แจงนี้สะท้อนว่าบริษัทยังเปิดทางเลือกไว้หลายด้านสำหรับสินทรัพย์ในมาเลเซีย
หากทุกอย่างเป็นไปตามกำหนดการ บริการคาร์แชร์ริ่งของโซคาร์ในมาเลเซียจะยุติลงในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ และกระบวนการคืนเงินคงเหลือให้ผู้ใช้งานจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนเป็นต้นไป
ความคิดเห็น 0