รูปปั้น ‘ซาโตชิ นากาโมโตะ’ ผู้ก่อตั้งบิตคอยน์(BTC) ได้หายไปจากเมืองลูกาโน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ชุมชนคริปโตทั่วโลก รูปปั้นดังกล่าวเปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคมในปีเดียวกันนี้ ระหว่างการจัดงาน PlanB Forum ครั้งที่ 3 และเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ PlanB ซึ่งได้รับความร่วมมือจากเมืองลูกาโนและบริษัทเทเธอร์(Tether) อย่างไรก็ตาม ข่าวการหายไปของรูปปั้นเริ่มแพร่กระจายผ่านโซเชียลมีเดีย ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานว่ารูปปั้นอาจ ‘ถูกขโมย’ หรือ ‘ถูกรื้อถอนไปโดยตั้งใจ’
แม้จะไม่สามารถจำลองรูปลักษณ์จริงของซาโตชิ นากาโมโตะได้ รูปปั้นนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อยกย่องเขาในฐานะสัญลักษณ์แห่งนวัตกรรมทางเทคโนโลยี ปัจจุบันยังไม่มีคำชี้แจงจากทางการเมืองลูกาโนหรือทีม PlanB ว่าเหตุใดรูปปั้นจึงถูกนำออก
อาดัม แบ็ก(Adam Back) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทบล็อกสตรีม(Blockstream) และบุคคลสำคัญในโลกไซเฟอร์พังก์ ได้แสดงความคิดเห็นผ่านแพลตฟอร์ม X (เดิมคือทวิตเตอร์) ว่า *“ซาโตชิหายไปอีกครั้ง”* ซึ่งแสดงถึงอารมณ์ขันแต่ขณะเดียวกันก็สะท้อนถึงธรรมชาติลึกลับของผู้ก่อตั้งบิตคอยน์ อาดัม แบ็กเป็นหนึ่งในนักพัฒนาที่มีบทบาทในยุคเริ่มต้นของบิตคอยน์ และถ้อยคำของเขาได้ยิ่งตอกย้ำความเป็นตำนานของซาโตชิในโลกคริปโต
ซาโตชิ นากาโมโตะได้ส่งอีเมลฉบับสุดท้ายเมื่อเดือนเมษายน ปี 2011 ก่อนจะหายตัวไปอย่างไม่มีร่องรอย หนึ่งในประโยคที่เขาเคยกล่าวไว้ *“หากคุณไม่เข้าใจหรือไม่เชื่อในสิ่งที่พูด ฉันก็ไม่มีเวลาจะอธิบายให้ฟัง”* ยังคงถูกหยิบยกมาอ้างอิงอยู่เสมอในโลกของสกุลเงินดิจิทัล ปัจจุบัน ราคาบิตคอยน์ได้พุ่งขึ้นสู่ระดับ 113,583 ดอลลาร์ หรือราว 15.78 ล้านบาท สะท้อนถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของคริปโตในเวทีการเงินระดับโลก
รูปปั้นซาโตชิในลูกาโนจะถูกย้ายหรือเป็นเพียงเหตุการณ์ชั่วคราวยังไม่แน่ชัด อย่างไรก็ตาม เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เมืองฟอร์เนลลี ประเทศอิตาลี ได้ทำการเปิดตัวรูปปั้นซาโตชิอีกแห่ง ขณะที่ยังมีรูปปั้นคล้ายกันที่โตเกียวและบูดาเปสต์ ซึ่ง *แสดงให้เห็นถึงความสำคัญทางวัฒนธรรมของซาโตชิ* ท่ามกลางการที่ตัวตนของเขายังคงเป็นปริศนา
ในยุคที่คริปโตกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเงินกระแสหลัก สัญลักษณ์อย่าง ‘ซาโตชิ’ ยิ่งมีความหมายอย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น และเหตุการณ์ล่าสุดนี้น่าจะทำให้กระแสความสนใจในรูปปั้นและตัวตนของเขายิ่งร้อนแรงยิ่งขึ้นอีกครั้ง
ความคิดเห็น 0