วุฒิสภาสหรัฐเตรียมลงคะแนนร่างกฎหมายกำกับคริปโต ขณะที่กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียเดินหน้าเปิดศึกล็อบบี้
ก่อนการลงมติร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่วุฒิสภาสหรัฐในวันที่ 15 นี้ (เวลาท้องถิ่น) กลุ่มล็อบบี้คริปโตได้เดินทางไปรวมตัวกันอย่างคึกคักที่กรุงวอชิงตัน ดีซี โดยร่างกฎหมายฉบับนี้ถูกมองว่าอาจเป็นก้าวสำคัญที่สุดของการจัดระเบียบทางกฎหมายระดับรัฐบาลกลางต่อวงการสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศ
คณะกรรมาธิการด้านธนาคารและคณะกรรมาธิการด้านเกษตรกรรมของวุฒิสภา ซึ่งต่างรับผิดชอบในส่วนที่แตกต่างกันของร่างกฎหมายดังกล่าว กำลังเตรียมพิจารณารายละเอียดการแก้ไขครั้งสำคัญ แต่จนถึงขณะนี้การเจรจาเป็นไปอย่างยืดเยื้อ โดยยังมีหลายประเด็นหลักที่ไม่มีข้อยุติ
เครือข่ายธุรกิจคริปโตระดมตัวแทนกว่า 50 คน ล็อบบี้เข้มวุฒิสมาชิก
เพื่อตอบโต้ทิศทางของนโยบาย กลุ่มผู้เล่นรายใหญ่ในวงการคริปโต เช่น ดิจิทัลหอการค้า ซึ่งรวมบริษัทอย่างคริปโตดอทคอม, ไบนานซ์ยูเอส, ผู้ออกเหรียญเอ이다(ADA), เครือข่ายตู้เอทีเอ็มคริปโต และอีโทโร ได้ส่งตัวแทนมากกว่า 50 คนเข้าหารือกับวุฒิสมาชิกโดยตรง
โดยร่างกฎหมายที่ถกเถียงกันนี้ถือเป็นฉบับของวุฒิสภาที่ต่อยอดจากกฎหมายความชัดเจนของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Market Clarity Act) ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วเมื่อเดือนกรกฎาคม 2025
จุดโฟกัสหลักอยู่ที่การกำหนดขอบเขตสถาบันกำกับดูแลระหว่างคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) กับคณะกรรมการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า (CFTC) ว่าใครควรดูแลเหรียญใด ระหว่าง ‘สินทรัพย์หลักทรัพย์’ และ ‘สินค้าโภคภัณฑ์’ ซึ่งมีผลต่อการบังคับใช้กฎหมายที่แตกต่างกัน
ด้านวุฒิสมาชิก ทิม สก็อตต์ ประธานคณะกรรมาธิการด้านธนาคาร (รีพับลิกัน) เรียกร้องให้จัดการลงคะแนนภายในสองสัปดาห์ โดยเตือนว่า “หากชะลอการตัดสินใจ อาจเสี่ยงให้กระบวนการทั้งหมดพังครืนลง” ขณะที่ในวันเดียวกัน จอห์น บูซแมน ประธานคณะกรรมาธิการด้านเกษตรกรรม (รีพับลิกัน) ก็ประกาศเตรียมลงมติในคณะกรรมาธิการเช่นกัน
โยงสัมพันธ์ธุรกิจกับทรัมป์ ปมร้อนขัดแย้งการเมือง-จริยธรรม
เงาแห่งความขัดแย้งทางการเมืองยังปกคลุมกระบวนการร่างกฎหมายอย่างหนัก โดยเฉพาะประเด็นการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนและจริยธรรมของเจ้าหน้าที่รัฐ
ความสัมพันธ์ระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์กับบริษัทคริปโตบางแห่งถูกจับตามอง หลังจากนักการเมืองพรรคเดโมแครตเสนอให้ควบคุมเข้มงวดต่อเจ้าหน้าที่ที่ถือครองหรือโปรโมตสินทรัพย์ดิจิทัล ในขณะที่รีพับลิกันยืนกรานว่ากฎหมายจริยธรรมที่มีอยู่นั้นเพียงพอแล้ว
ขณะเดียวกัน โครงสร้างของหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง SEC และ CFTC ก็กลายเป็นประเด็นร้อน เมื่อทรัมป์เคยปลดคณะกรรมาธิการจากฝั่งเดโมแครตจำนวนมาก ทำให้ฝ่ายตรงข้ามต้องการกำหนดข้อบังคับเรื่อง ‘องค์ประกอบสมดุลระหว่างสองพรรค’ หรือจำนวนเสียงที่ใช้ตัดสินใจ (quorum) ซึ่งรีพับลิกันมองว่าเป็นการแทรกแซงเกินจำเป็น
ยังมีการถกเถียงถึงเรื่องการควบคุม ‘สเตเบิลคอยน์ที่ให้ผลตอบแทน’ การยกเว้นกฎทางกฎหมายจากแพลตฟอร์มการเงินแบบไร้ตัวกลาง (DeFi) และการปกป้องนักพัฒนาโปรโตคอล DeFi โดยฝ่ายธนาคารบางกลุ่มพยายามแทรกแนวคิด ‘การจ่ายผลตอบแทนอ้อม’ ผ่านพันธมิตร ซึ่งกลุ่มคริปโตมองว่าไม่จำเป็นเนื่องจากกฎหมายปัจจุบันรองรับแล้ว
อย่างไรก็ตาม เดโมแครตเตือนว่าการคุ้มครองนักพัฒนาที่มากเกินไปอาจเปิดช่องให้เกิดการฟอกเงินและช่องโหว่ด้านความปลอดภัยยิ่งขึ้น
กระบวนการยังลูกผีลูกคน เสี่ยงถูกเลื่อนถึงปี 2027
แม้ร่างกฎหมายของทั้งสองคณะกรรมาธิการจะผ่านการพิจารณาภายใน แต่ยังต้องเข้าสู่ขั้นตอนรวมร่าง, เสียงเห็นชอบขั้นต่ำ 60 เสียงในวุฒิสภา และสอดคล้องกับกฎหมายฉบับที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว ก่อนจะส่งต่อให้ประธานาธิบดีลงนามเป็นกฎหมาย
ท่ามกลางประเด็นที่ยืดเยื้อนี้ นักวิเคราะห์การเมืองมองว่า เมื่อการเลือกตั้งกลางเทอมใกล้เข้ามาในปี 2026 รัฐสภาอาจเลี่ยงความเสี่ยงและตัดสินใจเลื่อนร่างกฎหมายไปปี 2027 แทน
‘ความคิดเห็น’ ในกรณีที่ร่างกฎหมายยังไม่สามารถผ่านได้ในครั้งนี้ อาจสร้างความไม่แน่นอนในระยะสั้นแก่ตลาดคริปโตทั้งหมด โดยเฉพาะบิตคอยน์(BTC) และสินทรัพย์ชั้นนำอื่น ๆ ที่รอความชัดเจนด้านกฎหมายมานาน
ความคิดเห็น 0