อีเธอเรียม(ETH) กลับมาแสดงสัญญาณฟื้นตัวอีกครั้ง โดยราคาทะลุระดับ 3,300 ดอลลาร์ในช่วงนี้ หลังจากต้องเผชิญแรงขายต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้า สองแรงหนุนสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนราคาคือ การไหลเข้าของเงินทุนในกองทุน ETF และการอัปเดต 'โร้ดแมป 2026' จาก วิตาลิก บูเทอริน(Vitalik Buterin) ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นใหม่ในกลุ่มนักลงทุน
เมื่อเร็วๆ นี้ อีเธอเรียมซื้อขายอยู่ที่ระดับประมาณ 3,305 ดอลลาร์ หรือราว 487.8 ล้านบาท โดยบูเทอรินได้เปิดตัวโร้ดแมปล่าสุดที่มีเป้าหมายชัดเจน คือ ‘การเสริมความเป็น *กระจายศูนย์*’ และการปกป้องผู้ใช้งาน ซึ่งถือเป็นการกระตุ้นความมั่นใจจากนักลงทุนระยะยาวอีกครั้ง
บูเทอรินเผยว่า ปี 2026 จะเป็นปีแห่งการทวงคืน “ความเป็นอิสระและปราศจากการพึ่งพาความไว้วางใจ (trustlessness)” ที่เคยสูญเสียไป เขาชี้ว่าปัญหาหลักของเครือข่ายปัจจุบัน ได้แก่ ความซับซ้อน, การขาดแคลนความเป็นส่วนตัว และแนวโน้มของการรวมศูนย์ พร้อมกันนี้ยังได้เสนอทิศทางการพัฒนาเชิงเทคนิค เช่น การใช้เทคโนโลยี ZK-EVM และ BAL เพื่อช่วยให้เข้าถึงระบบได้ง่ายขึ้น การใช้งาน Helios, ORAM และ PIR ในการปกป้องข้อมูลผู้ใช้ รวมถึงการปรับปรุงกระเป๋าเงินคริปโตให้ปลอดภัยและลดการพึ่งพาบุคคลที่สาม
โร้ดแมปใหม่นี้ถูกมองว่าเป็นกรอบวิสัยทัศน์ที่แข็งแกร่งในการเพิ่ม *การกระจายศูนย์* ความปลอดภัย และความสะดวกสบายในการใช้งาน ซึ่งดึงดูดทั้งนักลงทุนรายใหม่และเก่า
อีกหนึ่งปัจจัยที่ขับเคลื่อนราคาคือ ความเคลื่อนไหวจากภาคสถาบัน โดยข้อมูลจาก Bloomberg ระบุว่า กองทุน ETF อีเธอเรียมแบบสปอตในสหรัฐอเมริกาได้รับเงินทุนไหลเข้าสัปดาห์ล่าสุดรวมกว่า 474.6 ล้านดอลลาร์ หรือราว 699,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงกว่าปริมาณอีเธอเรียมใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงเดียวกัน การที่อุปทานลดลงขณะที่อุปสงค์เพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดแนวโน้มบวกต่อราคา
นอกจากนี้ การใช้งานที่เพิ่มขึ้นในเครือข่ายก็ยิ่งเสริมความแข็งแกร่ง โดยมีการระบุว่า จำนวนกระเป๋าใช้งานจริงเพิ่มขึ้นกว่า 53% ขณะที่ธุรกรรมต่อวันแตะระดับ 2.9 ล้านครั้ง ซึ่งแสดงถึงความต้องการพื้นฐานที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
ในแง่เทคนิค อีเธอเรียมยืนเหนือระดับแนวรับ Fibonacci 0.382 ที่ 3,274 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคง โดยแนวต้านสำคัญในระยะสั้นอยู่ที่ 3,347 ดอลลาร์และ 3,405 ดอลลาร์ ซึ่งหากราคาสามารถทะลุผ่านได้ ก็มีโอกาสแตะระดับ 3,500 ดอลลาร์ หรือราว 516 ล้านบาท ได้อีกครั้ง “ความคิดเห็น” จากนักวิเคราะห์เพิ่มเติมว่า แรงซื้อที่เกิดขึ้นหลังการสร้างแท่งเทียนแบบ ‘บูลลิชบัญญัติ (Bullish Engulfing)’ ในกรอบ 4 ชั่วโมง บ่งชี้ถึงการกลับตัวที่แข็งแรง ขณะที่ RSI อยู่ที่ระดับ 57 ยังบอกถึงแรงขึ้นที่มีเหลืออยู่
โดยสรุป สถานการณ์ปัจจุบันของอีเธอเรียมถือว่า ‘เป็นบวก’ ทั้งในแง่เทคนิคและปัจจัยพื้นฐาน การประกาศโร้ดแมปจากบูเทอรินสร้างความหวังระยะยาว ขณะที่กระแสเงินจาก ETF ก็ช่วยสนับสนุนราคาระยะสั้น หากแนวโน้มยังคงอยู่ในทิศทางนี้ นักวิเคราะห์บางรายมองว่า *ไตรมาสแรกของปี 2026* อาจเป็นโอกาสที่จะได้เห็นราคาทำ ‘ระดับสูงสุดใหม่’ อีกครั้ง
ความคิดเห็น 0