ซัสเควฮันนา อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป (Susquehanna International Group หรือ SIG) ถือหุ้นสแตรทิจี(MSTR) จำนวน 1,282,636 หุ้น ณ สิ้นไตรมาสแรกของปี 2026 คิดเป็นมูลค่าตามเอกสาร 13F ทั้งสิ้น 160,072,972 ดอลลาร์ (ประมาณ 227,000 ล้านวอน)
ตามเอกสาร 13F-HR ที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) ซัสเควฮันนายื่นรายงานการถือครองหุ้น ณ วันที่ 31 มีนาคม 2026 เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะที่ฐานข้อมูล 13F จากภายนอกก็ระบุจำนวนหุ้นสแตรทิจีที่ซัสเควฮันนาถือครองไว้ที่ 1,282,636 หุ้นเช่นกัน โดยอ้างอิงจากเอกสารฉบับเดียวกัน
ขณะเดียวกัน คริปโตบรีฟฟิ่ง (Crypto Briefing) รายงานว่ามูลค่าหุ้นสแตรทิจีที่ซัสเควฮันนาถืออยู่ที่ 232 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 329,000 ล้านวอน) ซึ่งสูงกว่าตัวเลขที่ปรากฏในเอกสาร 13F และฐานข้อมูลภายนอกอื่นที่ระบุมูลค่า ณ สิ้นไตรมาสไว้ที่ 160,072,972 ดอลลาร์
ความแตกต่างของตัวเลขทั้งสองชุดน่าจะมาจาก 'ช่วงเวลาอ้างอิง' ที่ไม่ตรงกัน ตัวเลข 232 ล้านดอลลาร์อาจเป็นการประเมินมูลค่าปัจจุบันโดยอิงราคาหุ้นหลังวันที่ 31 มีนาคม แต่ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะยังไม่สามารถยืนยันวิธีคำนวณที่แน่ชัดได้
13F คือเอกสารที่สถาบันการลงทุนในสหรัฐฯ ที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารเกินเกณฑ์ที่กำหนดต้องยื่นรายงานการถือครองหุ้น ณ สิ้นไตรมาสย้อนหลัง เนื่องจากมีช่วงเวลาห่างระหว่างวันที่ยื่นเอกสารกับวันที่ถือครองจริง ตัวเลขในรายงานจึงไม่ได้สะท้อนจำนวนหุ้นหรือมูลค่าปัจจุบันเสมอไป
การเปิดเผยครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าหุ้นสแตรทิจียังคงถูกใช้เป็นช่องทางลงทุนทางอ้อมในบิตคอยน์(BTC) ของสถาบันการเงินอย่างต่อเนื่อง โดยสแตรทิจีระบุในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมว่า ณ วันที่ 25 พฤษภาคม บริษัทถือครองบิตคอยน์ 843,738 เหรียญ พร้อมเงินสำรองดอลลาร์ 871 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.2351 ล้านล้านวอน)
บริษัทระบุว่าตนเองเป็น 'บริษัทคลังสำรองบิตคอยน์รายแรกและใหญ่ที่สุดของโลก' ด้วยการถือครองบิตคอยน์ในปริมาณมหาศาลของบริษัทจดทะเบียนแห่งนี้ ทำให้นักลงทุนมักตีความความเคลื่อนไหวของหุ้นสแตรทิจีให้ใกล้เคียงกับทิศทางราคาบิตคอยน์มากกว่าหุ้นบริษัทซอฟต์แวร์ทั่วไป
ในเอกสารผลประกอบการไตรมาสแรก สแตรทิจีเปิดเผยว่า ณ วันที่ 3 พฤษภาคม บริษัทถือครองบิตคอยน์ 818,334 เหรียญ โดยต้นทุนรวมอยู่ที่ 61,810 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 87.6466 ล้านล้านวอน) และมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 64,140 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 90.9505 ล้านล้านวอน)
ข้อมูลแยกต่างหากยังชี้ให้เห็นแนวโน้มการถือครองของสถาบันการเงินเช่นกัน โดยในไตรมาสแรกของปี 2026 สถาบันการลงทุนรายใหญ่ 13 จาก 15 อันดับแรกเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นสแตรทิจี และมูลค่าการถือครองรวมของกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น 27% แตะระดับ 4,600 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 6.5228 ล้านล้านวอน)
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้อธิบายวัตถุประสงค์การลงทุนของแต่ละสถาบันโดยตรง แม้จะถือหุ้นสแตรทิจีเหมือนกัน แต่เป้าหมายอาจแตกต่างกันไป ทั้งการลงทุนระยะยาว การป้องกันความเสี่ยง(เฮดจิ้ง) การซื้อขายออปชัน หรือการทำหน้าที่ผู้ให้สภาพคล่องในตลาด
ลักษณะเฉพาะของซัสเควฮันนาเองก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องพิจารณา เพราะบริษัทระบุไว้ในข้อมูลแนะนำตัวว่าเป็น 'บริษัทเทรดเชิงปริมาณและพร็อพเทรดดิ้ง' ที่ดำเนินธุรกิจครอบคลุมผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่จดทะเบียนซื้อขายและสินทรัพย์หลากหลายประเภท
ด้วยเหตุนี้ จึงยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าการถือครองครั้งนี้เป็นการ 'ซื้อระยะยาว' อย่างเดียว แม้หุ้นสแตรทิจีจะถูกซื้อขายในฐานะสินทรัพย์ที่สะท้อนความเคลื่อนไหวของบิตคอยน์ แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่ตำแหน่งการลงทุนของซัสเควฮันนาจะรวมการป้องกันความเสี่ยงและการบริหารอนุพันธ์ทางการเงินเข้าไว้ด้วย
สำหรับนักลงทุนที่ติดตามข่าวนี้ การอ่านข้อมูล 13F ให้ถูกต้องจึงต้องแยกให้ออกระหว่าง 'ผู้ยื่นเอกสาร' กับ 'รูปแบบการลงทุน' เพราะการเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลของสถาบันการเงินสามารถแบ่งได้เป็นการถือครองเหรียญโดยตรง และการลงทุนทางอ้อมผ่านหุ้นหรืออนุพันธ์
ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะแสดงให้เห็นเพียงจำนวนหุ้นและมูลค่า ณ วันที่กำหนดไว้เท่านั้น ส่วนมูลค่าปัจจุบันหรือเจตนาการลงทุนที่แท้จริงยังต้องแยกพิจารณาต่างหาก จากกรณีของซัสเควฮันนาครั้งนี้ ตัวเลขที่ยืนยันได้คือการถือหุ้นสแตรทิจี 1,282,636 หุ้น มูลค่า 160,072,972 ดอลลาร์ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2026 ส่วนจุดอ้างอิงถัดไปจะอยู่ที่เอกสาร 13F ของไตรมาสถัดไปและข้อมูลการเปลี่ยนแปลงการถือครองของแต่ละสถาบัน
ความคิดเห็น 0