**ฝรั่งเศสเริ่มสอบสวนคดีข้อมูลผู้ใช้รั่วจากแพลตฟอร์มภาษีคริปโต ‘Waltio’**
ทางการฝรั่งเศสได้เริ่มดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานกว่า 50,000 รายจากแพลตฟอร์มรายงานภาษีคริปโต *วอลติโอ(Waltio)* ถูกแฮ็ก ซึ่งสร้างความกังวลถึงความเป็นไปได้ในการเกิด ‘ภัยคุกคามทางกายภาพ’ ต่อผู้ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของหน่วยงานความมั่นคงทางไซเบอร์ของฝรั่งเศส ได้ให้ข้อมูลว่า สำนักงานอัยการกรุงปารีสและหน่วยสืบสวนอาชญากรรมไซเบอร์แห่งชาติได้เริ่มต้นการตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว โดยมุ่งเน้นศึกษาลักษณะของข้อมูลที่ถูกขโมยไป และยืนยันตัวตนของผู้ใช้งานที่ได้รับผลกระทบ
สิ่งที่น่ากังวลในกรณีนี้คือ ผู้ไม่หวังดีอาจใช้การติดต่อโดยอ้างว่าเป็น ‘การตรวจสอบความปลอดภัย’ เพื่อหลอกให้ผู้ใช้โอนคริปโตออกจากบัญชีของตน *ความคิดเห็น*: นี่อาจเป็นการหลอกลวงทางสังคม (social engineering) อีกรูปแบบหนึ่งที่เพิ่มขึ้น
ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ Le Parisien เมื่อวันที่ 25 กลุ่มแฮ็กเกอร์ที่เรียกตัวเองว่า ‘Shiny Hunters’ ได้ออกมารับผิดชอบทันทีหลังการโจมตี พร้อมเรียกร้องเงินเพื่อแลกกับการไม่เปิดเผยข้อมูล โดยอ้างว่าได้ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานชาวฝรั่งเศสประมาณ 50,000 รายแล้ว
สิ่งที่ทำให้เหตุการณ์นี้รุนแรงยิ่งกว่าการรั่วไหลของข้อมูลปกติ คือระดับความละเอียดของข้อมูลที่รั่วออกไป ซึ่งรวมถึงชื่อจริงและข้อมูลเกี่ยวกับสินทรัพย์คริปโตของผู้ใช้งาน *ความคิดเห็น*: ความเสี่ยงในการเกิด ‘wrench attack’ หรือการถูกข่มขู่ด้วยความรุนแรงเพื่อให้ส่งมอบคริปโต เริ่มปรากฏให้เห็นในกรณีนี้
หน่วยงานฝรั่งเศสเตือนว่า บางรายชื่อที่ถูกเปิดเผยอาจทำให้เจ้าตัวหรือครอบครัวตกเป็นเป้าของการจับตัวเรียกค่าไถ่ และมีรายงานว่า มีกรณีเกิดขึ้นแล้วในบางพื้นที่
**Binance ยื่นคำขอรับใบอนุญาตในกรีซ เตรียมรับมือกฎ MiCA ของยุโรป**
ไบแนนซ์(Binance) แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ยื่นขอใบอนุญาตอย่างเป็นทางการต่อสำนักงานตลาดทุนกรีซ หรือ Hellenic Capital Market Committee (HCMC) เพื่อเตรียมความพร้อมภายใต้กฎหมายใหม่ของสหภาพยุโรป ‘MiCA’ ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้ช่วงปลายปี 2025
เมื่อวันที่ 25 โฆษกของไบแนนซ์เปิดเผยว่า การยื่นขอใบอนุญาตครั้งนี้ แสดงถึงความตั้งใจร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานกำกับดูแลของยุโรป เพื่อให้มีบทบาทตั้งแต่ต้นในระบบนิเวศทางการเงินที่กำลังพัฒนา โดยมองว่ากรอบกำกับดูแลนี้เป็น ‘ก้าวสำคัญ’ ในการสร้างรากฐานเพื่อการคุ้มครองผู้ใช้งานและนวัตกรรมอย่างมีความรับผิดชอบ
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 13 มกราคม สำนักงานกำกับตลาดการเงินของฝรั่งเศส(AMF) ระบุว่า แม้บริษัทคริปโต 90 แห่ง รวมถึงไบแนนซ์ จะจดทะเบียนแล้ว แต่ยังไม่ได้รับ *ใบอนุญาตการให้บริการ* ตามข้อกำหนดของ MiCA ซึ่งหากยังไม่มีใบอนุญาตภายในวันที่ 30 มิถุนายนปีหน้า จะไม่สามารถดำเนินกิจการในภูมิภาคนี้ต่อไปได้
ไบแนนซ์ก่อตั้งเมื่อปี 2017 ปัจจุบันมีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันราว 11,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 17.3 ล้านล้านวอน) และติดหนึ่งใน 5 แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในโลกจากการจัดอันดับของ CoinGecko
**สมาคมธนาคารสหรัฐฯ เร่งผลักดันห้ามจ่ายดอกเบี้ยให้กับผู้ถือครองสเตเบิลคอยน์**
สมาคมธนาคารอเมริกัน(ABA) ซึ่งเป็นกลุ่มล็อบบี้หลักของอุตสาหกรรมธนาคารในสหรัฐฯ ได้กำหนดหนึ่งในนโยบายสำคัญประจำปี 2026 คือ *การห้ามจ่ายผลตอบแทนให้กับผู้ถือสเตเบิลคอยน์* โดยมองว่าเรื่องนี้เป็นภัยคุกคามต่อระบบเงินฝากและการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินแบบดั้งเดิม
เมื่อวันที่ 22 สมาคมฯ ระบุในแถลงการณ์ว่า ควรออกมาตรการห้ามการจ่ายดอกเบี้ยหรือรางวัลใด ๆ ให้กับผู้ถือสเตเบิลคอยน์โดยไม่คำนึงถึงแพลตฟอร์มที่ใช้ พร้อมเรียกร้องให้สภาคองเกรสและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเชิงรุกเพื่อควบคุมผลิตภัณฑ์ทางการเงินลักษณะนี้
ที่ผ่านมา สภาคองเกรสสหรัฐฯ ได้เสนอร่างกฎหมาย ‘GENIUS’ เพื่อห้ามไม่ให้ออกสเตเบิลคอยน์แบบมีผลตอบแทน เช่น การจ่ายดอกเบี้ยให้ผู้ถือ แต่นโยบายล่าสุดจาก ABA ได้ก้าวต่อไปอีกขั้น โดยเสนอให้รวมถึงการห้าม *บุคคลที่สาม* เช่น ตลาดคริปโต หรือบริษัทบริการด้านการเงินจ่ายผลตอบแทนในนามของผู้ออกสกุลเงิน
นโยบายดังกล่าวสะท้อนถึงความพยายามของอุตสาหกรรมธนาคารในการรักษาความได้เปรียบในตลาดการเงินแบบดั้งเดิม ท่ามกลางแนวโน้มขยายตัวของ *สเตเบิลคอยน์* และสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงความใกล้ชิดระหว่างฟินเทคกับตลาดทุนในยุคของ *เงินดิจิทัลจากธนาคารกลาง (CBDC)*
*ความคิดเห็น*: การเคลื่อนไหวนี้อาจเป็นสัญญาณว่าโลกการเงินดั้งเดิมไม่ได้มองสินทรัพย์ดิจิทัลแค่เพียงคู่แข่ง แต่เห็นว่าเป็นปัจจัยที่อาจแย่งชิงฐานลูกค้าและทำให้โมเดลธุรกิจของธนาคารต้องเปลี่ยนแปลงในอนาคตอันใกล้
ความคิดเห็น 0