เจมินีประกาศยุติให้บริการแพลตฟอร์ม NFT 'Nifty Gateway' อย่างเป็นทางการ โดยผู้ใช้สามารถถอนสินทรัพย์ได้ถึงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2026 การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนถึงแนวโน้มการปรับโครงสร้างในวงการ NFT ท่ามกลางภาวะตลาดซบเซาที่ลากยาวมาหลายปี
เมื่อวันที่ 26 (เวลาท้องถิ่น) Nifty Gateway ได้เผยผ่านบัญชี X ว่าแพลตฟอร์มได้เข้าสู่โหมด 'ถอนเงินเท่านั้น' และจะปิดให้บริการถาวรในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2026 การซื้อ-ขายหรืออัปโหลด NFT ใหม่จะถูกยุติทันที ผู้ใช้งานต้องทำการถอน NFT รวมถึงสินทรัพย์อื่นอย่างดอลลาร์(USD) และอีเธอเรียม(ETH) ออกจากระบบภายในกำหนด
ทางเจมินีระบุว่า แม้จะปิดแพลตฟอร์ม Nifty Gateway แต่จะยังคงให้การสนับสนุนสินทรัพย์ NFT ผ่านกระเป๋าเงินของเจมินีต่อไป สำหรับการถอน ผู้ใช้งานจะได้รับอีเมลแนะนำขั้นตอน ซึ่งสามารถเลือกถอนผ่านบัญชีในเจมินี หรือโอนเข้าบัญชีธนาคารผ่านระบบสไตรป์(Stripe)
Nifty Gateway ก่อตั้งขึ้นในปี 2018 โดยดันแคน และกริฟฟิน ค็อก-ฟอสเตอร์ ก่อนจะถูกซื้อโดยเจมินีในปี 2019 ช่วงปี 2020 แพลตฟอร์มเติบโตอย่างรวดเร็วในกระแส NFT บูม โดยมีจุดขายคือการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตที่ช่วยเปิดตลาดให้กับผู้ใช้ที่ไม่ใช่สายคริปโต รวมถึงผลงานของศิลปินชื่อดังอย่างบีเพิล(Beeple) และนักร้องกริมส์(Grimes) ที่ดึงดูดความสนใจอย่างมาก ช่วงกลางปี 2021 มูลค่าการซื้อขายเคยพุ่งถึง 300 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4,281 ล้านบาท) แต่หลังจากนั้น ความนิยมใน NFT ก็ค่อยๆ ลดลงตามสภาพตลาดคริปโต
เจมินีอธิบายว่า การยุติ Nifty Gateway เป็นส่วนหนึ่งของการปรับยุทธศาสตร์ โดยเน้นพัฒนา ‘ซูเปอร์แอป’ ที่มุ่งด้านการจัดเก็บ NFT มากกว่าจะดำเนินแพลตฟอร์มตลาดซื้อขาย
การปิดตัวของ Nifty Gateway เป็นอีกเครื่องหมายหนึ่งของการหดตัวในอุตสาหกรรม NFT โดยตั้งแต่ปี 2022 ที่มูลค่าตลาดแตะจุดสูงสุดราว 17,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 24.2 หมื่นล้านบาท) จนถึงปัจจุบัน มูลค่าทรุดลงเหลือเพียง 2,700-3,000 ล้านดอลลาร์ ลดลงกว่า 65%
ในปี 2025 ยอดขายรวมของ NFT ทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 5,630 ล้านดอลลาร์ ลดลง 37% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ราคาซื้อขายเฉลี่ยตกต่ำลงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อชิ้น โดยเฉพาะสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทศิลปะราคาแพงที่มูลค่าลดฮวบ แม้ว่ายอดผู้ใช้ NFT ทะลุ 11 ล้านบัญชีแล้ว แต่ส่วนใหญ่กลับให้ความสนใจไปยังด้านเกม การโทเค็นทรัพย์สินจริง และคอลเลกชันจาก AI แทน
ก่อนหน้า Nifty Gateway ก็มีหลายบริษัทยุติธุรกิจ NFT เช่น แอลจี อิเล็กทรอนิกส์ที่ปิดบริการ 'LG Art Lab' บนสมาร์ททีวีในเดือนมีนาคม 2025 ขณะที่ไนกี้ตัดสินใจขายกิจการ RTFKT ที่เคยซื้อไว้ในช่วงกระแสบูมปี 2021 อีกทั้งโอเพนซี(OpenSea) ยังเปลี่ยนจากตลาด NFT มาเป็นแพลตฟอร์มสรุปข้อมูลซื้อขายแบบมัลติเชน และแมจิกอีเดน(Magic Eden) ก็เลิกทำตลาด NFT เพื่อรีแบรนด์เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายโทเค็น
การสิ้นสุดของ Nifty Gateway ไม่ใช่แค่การปิดบริการอีกหนึ่งราย แต่สะท้อนการพลิกทิศของวงการ NFT ที่กำลังปรับตัวเข้าสู่ยุคใหม่ โดยความต้องการเริ่มมุ่งสู่แอปที่ใช้งานได้จริงและการจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยกระเป๋าคริปโตแบบรวมศูนย์ ความเปลี่ยนแปลงนี้แสดงถึงการเข้าสู่ ‘พาราไดม์ใหม่’ ของสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างชัดเจน
ความคิดเห็น 0