เงินที่ยังไม่ถูกเรียกร้องจากเหตุการณ์แฮก DAO เมื่อปี 2016 มูลค่าราว 3,000 พันล้านวอน หรือประมาณ 2.89 พันล้านบาท กำลังจะถูกนำกลับมาใช้งานอีกครั้งในรูปแบบกองทุนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับเครือข่ายอีเธอเรียม(ETH) ซึ่งการกลับมาของ DAO ครั้งนี้ไม่ใช่ในฐานะเวนเจอร์แคปิตอลแบบกระจายศูนย์เหมือนเดิมอีกต่อไป แต่เป็น ‘ภารกิจเพื่อความปลอดภัย’ โดยตรง
โครงการนี้นำโดย กริฟ กรีน(Griff Green) นักพัฒนาในวงการอีเธอเรียม และร่วมมือกับมูลนิธิอีเธอเรียมอย่างใกล้ชิด โดยกรีนเปิดเผยผ่านพอดแคสต์รายการ ‘Unchained’ ว่า “หลังเหตุการณ์แฮก DAO ยังมี ETH จำนวนหนึ่งในสัญญาตอบแทนที่ไม่มีผู้อ้างสิทธิ์ ซึ่งเราวางแผนจะนำไปใช้ปรับปรุงความปลอดภัยของระบบนิเวศอีเธอเรียมทั้งหมด”
DAO เคยเป็นจุดเริ่มต้นของการระดมทุนแบบใหม่ในรูปแบบเวนเจอร์แคปิตอลกระจายศูนย์ในปี 2016 โดยสามารถระดม ETH ได้กว่า 15,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2.1 หมื่นล้านบาทในขณะนั้น แต่กลับถูกแฮกในเดือนมิถุนายนปีเดียวกัน โดยผู้โจมตีใช้ช่องโหว่ของสมาร์ตคอนแทรกต์แบบ Reentrancy และลักลอบถอนอีเธอเรียมไปกว่า 3.6 ล้าน ETH คิดเป็นมูลค่ามหาศาลจนเกือบทำให้โครงการอีเธอเรียมต้อง ‘ล่มสลาย’
จากเหตุดังกล่าว ชุมชนจึงลงมติให้ทำการฮาร์ดฟอร์ก แยกสายหลักออกเป็นอีเธอเรียม(ETH) และอีเธอเรียมคลาสสิก(ETC) เพื่อคืนเงินให้กับผู้เสียหาย โดยกรีนระบุว่า ในระหว่างนั้นมี ETH ประมาณ 6 ล้านดอลลาร์ถูกเก็บไว้ในสัญญาผลตอบแทนแบบแยกจากกันสำหรับกรณีที่มีความซับซ้อนพิเศษ โดยถึงแม้ผู้ใช้งานกว่า 80% ได้มาการขอค่าชดเชยแล้ว แต่ยังมีเหรียญประมาณ 75,000 ETH และ DAO Token บางส่วนที่ยังไม่ถูกเรียกร้องจนทุกวันนี้ ซึ่งคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 200 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2.89 พันล้านบาทตามราคาปัจจุบัน
กองทุนใหม่นี้จะมีชื่อว่า ‘DAO Security Fund’ โดยจะเน้นเพิ่มความปลอดภัยให้กับระบบผ่านโมเดลการให้ทุนที่ไม่ใช่แบบรวมศูนย์ รายได้จากการสเตเคอร์สินทรัพย์จะถูกนำไปจัดสรรให้โครงการด้านความปลอดภัยต่าง ๆ ผ่านวิธีการแบบ DAO เช่น การจัดลำดับคะแนนเสียง (Ranked-choice voting), การให้ทุนแบบควอดราติก (Quadratic funding) และการสนับสนุนทรัพย์สินสาธารณะแบบย้อนหลัง (Retroactive public goods funding)
ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการดำเนินงานของกองทุนนี้รวมถึง วีทาลิก บูเตอริน(Vitalik Buterin) ผู้ร่วมก่อตั้งอีเธอเรียม, เทย์เลอร์ โมนาแฮน(Taylor Monahan) ผู้ร่วมก่อตั้งเมตามาส์ก, จอร์ดี ไบลินา(Jordi Baylina) ผู้เชี่ยวชาญด้านซิเคอร์ริตี้ รวมถึงทีม SEAL 911 ที่คอยระดมกำลังตอบสนองเหตุการณ์แฮก ทั้งนี้ ยังมีแพลตฟอร์มระดมทุนสาธารณะอย่าง Giveth คอยช่วยในการจัดการและดำเนินกองทุนอีกด้วย
เหตุการณ์แฮก DAO นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ผลักดันให้ความปลอดภัยของสมาร์ตคอนแทรกต์กลายเป็นวาระหลักของวงการคริปโต โดยหลังจากนั้นอีเธอเรียมได้เติบโตเป็นแกนกลางของดีไฟ, NFT และโครงสร้างพื้นฐานการแปลงสินทรัพย์ให้เป็นโทเคน ปัจจุบัน เทคโนโลยีสมาร์ตคอนแทรกต์มีมูลค่าที่รับประกันอยู่ในระดับ ‘หลายหมื่นล้านดอลลาร์’ ทำให้ความปลอดภัยกลายเป็นประเด็นที่ไม่สามารถมองข้ามได้
การจัดตั้ง DAO Security Fund จึงเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ ‘ความปลอดภัยระดับหนึ่งล้านล้านดอลลาร์ (Trillion Dollar Security)’ ที่ บูเตอริน และมูลนิธิอีเธอเรียมกำลังผลักดัน โดยไตรมาสแรกของปี 2025 ข้อมูลระบุว่าทรัพย์สินรวมของ DAO ทั่วโลกมีมูลค่ามากกว่า 24,000 ล้านดอลลาร์ และโครงการใหญ่อย่าง ยูนิสวอป(UNI), อาบิทรัม(ARB), ออพติมิซึม(OP) ต่างมีเงินทุนสะสมในคลังนับร้อยล้านดอลลาร์
‘DAO Security Fund’ อาจไม่ได้เป็นแค่การนำเงินเก่าที่หลงเหลือกลับมาใช้ใหม่ แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงการเติบโตและวุฒิภาวะทางโครงสร้างของระบบนิเวศอีเธอเรียมที่ก้าวข้ามจุดเริ่มต้นในอดีตมาสู่การสร้างมาตรฐานด้านความปลอดภัยแบบยั่งยืนในอนาคต
ความคิดเห็น 0