Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เทเธอร์(USDT) จับมือบิ๊กโฟร์ตรวจสอบงบการเงินครั้งแรก หวังสลายข้อกังขาเงินสำรองสเตเบิลคอยน์

บริษัท เทเธอร์(Tether) ผู้ออกสเตเบิลคอยน์รายใหญ่ที่สุดของโลก เดินหน้าเตรียมทำ ‘การตรวจสอบงบการเงินแบบอิสระ’ ครั้งแรก ร่วมกับ ‘บิ๊กโฟร์’บริษัทตรวจสอบบัญชีระดับโลก หวังสลายข้อกังขาเรื่อง ‘ความโปร่งใสของเงินสำรอง’ ที่ถูกตั้งคำถามมาหลายปี และยืนยันว่า เทเธอร์(USDT) มี ‘การค้ำประกันเต็มจำนวน’ ตามที่อ้าง

เทเธอร์ ระบุในแถลงการณ์ว่า ได้ลงนามสัญญาอย่างเป็นทางการกับหนึ่งในสี่บริษัทตรวจสอบบัญชี ‘บิ๊กโฟร์’ เพื่อเริ่มการตรวจสอบงบการเงินแบบอิสระ ซึ่งคาดกันว่าอาจเป็นหนึ่งในเคสที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดการเงินโลก แพโอโล อาร์โดอิโน(Paolo Ardoino) ซีอีโอของเทเธอร์ กล่าวว่ากระบวนการนี้เป็นผลจาก “การยกระดับระบบภายในต่อเนื่องมาหลายปี เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานการเงินสากล”

เทเธอร์ คือผู้ออกสกุลเงินดิจิทัลประเภทสเตเบิลคอยน์ เทเธอร์(USDT) ซึ่งผูกมูลค่ากับดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบัน USDT เป็นสเตเบิลคอยน์อันดับ 1 ตามมูลค่าตลาด และเป็นคริปโตอันดับ 3 ของโลก รองจากบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เทเธอร์ต้องเผชิญเสียงวิจารณ์อย่างต่อเนื่องเรื่อง ‘ความโปร่งใสของสินทรัพย์ค้ำประกัน’ โดยเฉพาะในปี 2021 ที่คณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าแห่งสหรัฐ (CFTC) สั่งปรับเทเธอร์เป็นเงิน 41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 614,000 ล้านวอน) จากกรณีอ้างอิงอย่างเป็นเท็จว่า USDT ได้รับการค้ำประกันด้วยดอลลาร์สหรัฐครบเต็มจำนวนตลอดเวลา

การเริ่มต้นทำ ‘การตรวจสอบแบบเต็มรูปแบบ’ กับบิ๊กโฟร์ครั้งนี้ จึงถูกมองว่าเป็นความพยายามครั้งใหญ่ของเทเธอร์ในการกู้ ‘ความน่าเชื่อถือ’ กลับคืนมา อาร์โดอิโนอธิบายว่า การตรวจสอบครั้งนี้ไม่ใช่แค่การปฏิบัติตามกฎระเบียบ แต่เป็น “กระบวนการเสริมสร้าง ‘ความรับผิดชอบ’ และ ‘โครงสร้างพื้นฐานด้านความไว้วางใจ’ สำหรับผู้ใช้งานนับร้อยล้านราย ทั้งบุคคลทั่วไปและภาคธุรกิจทั่วโลก”

แม้เทเธอร์จะยังไม่เปิดเผยชื่อบริษัทตรวจสอบบัญชีอย่างเป็นทางการ แต่ในวงการระบุว่าต้องเป็นหนึ่งในสี่บริษัท ได้แก่ KPMG, EY, ดีลอยต์(Deloitte) หรือ PwC ไซมอน แมกวิลเลียมส์(Simon McWilliams) ซีเอฟโอของเทเธอร์ ให้ข้อมูลว่า “มาตรฐานภายในของเราปรับให้เทียบเท่ากับระดับบิ๊กโฟร์มาระยะหนึ่งแล้ว และเราเลือกพันธมิตรผ่านกระบวนการคัดเลือกแบบแข่งขัน เพื่อหาผู้ที่เหมาะสมที่สุด”

ขณะเดียวกัน เทเธอร์เพิ่งเปิดตัวสเตเบิลคอยน์ตัวใหม่ชื่อ ‘USAT’ เมื่อต้นปี โดยมุ่งเป้าตลาดสหรัฐโดยตรง USAT อ้างอิงมูลค่ากับดอลลาร์เช่นเดียวกับ USDT แต่ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับกรอบกำกับดูแลสเตเบิลคอยน์ของสหรัฐที่ออกภายใต้ ‘กฎหมาย GENIUS’ ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อปีที่แล้ว การเปิดตัว USAT จึงถูกตีความว่าเป็นความพยายาม ‘รีเอนทรี’ ของเทเธอร์กลับสู่ตลาดสหรัฐ หลังเคยถอยออกมาเพราะแรงกดดันด้านกฎระเบียบในอดีต

ปัจจุบันมูลค่าตลาดของเทเธอร์(USDT) อยู่ราว 184,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 275.6 ล้านล้านวอน) คิดเป็นประมาณ 60% ของตลาดสเตเบิลคอยน์ทั้งหมด ขณะที่คู่แข่งอันดับ 2 อย่าง USDคอยน์(USDC) มีมูลค่าตลาดราว 78,000 ล้านดอลลาร์ ช่องว่างระหว่างสองผู้นำตลาดจึงยังคงห่างกันมาก

แม้ตลาดคริปโตโดยรวมจะอยู่ในช่วงอ่อนตัว แต่มาร์เก็ตของ ‘สเตเบิลคอยน์’ ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างมั่นคง ข้อมูลจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลคริปโต ดีไฟลามา(DeFiLlama) ระบุว่า มูลค่าตลาดรวมของสเตเบิลคอยน์ยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับ ‘จุดสูงสุดตลอดกาล’ ต่อเนื่อง

“ความคิดเห็น” ฝั่งนักวิเคราะห์มองว่าการตรวจสอบโดยบิ๊กโฟร์อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการลด ‘ความเสี่ยงด้านความน่าเชื่อถือ’ ของเทเธอร์ หากผลตรวจยืนยันได้ชัดเจนว่า USDT มีการค้ำประกันเต็มจำนวนและมีโครงสร้างสำรองที่ปลอดภัย อาจช่วยยกระดับมาตรฐาน ‘ความโปร่งใส’ ให้กับทั้งตลาดสเตเบิลคอยน์ และสร้างแรงกดดันให้ผู้ออกสเตเบิลคอยน์รายอื่นต้องเปิดเผยข้อมูลมากขึ้นตามไปด้วย

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1