Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

สภาสูงสหรัฐฯเร่งดัน ‘Clarity Act’ เคลียร์กฎสเต이블คอยน์-คริปโต ก่อนชนเดดไลน์การเมืองพฤษภาคมนี้

สภาสูงสหรัฐฯกำลังเร่งเดินหน้า ‘กฎหมาย Clarity Act’ เพื่อกำหนดกรอบชัดเจนให้กับตลาด ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ หลังประเด็นร้อนเรื่อง ‘ผลตอบแทนสเต이블คอยน์’ ที่ขัดแย้งกับภาคธนาคารเริ่มคลี่คลาย ทำให้โอกาสเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอย่างเป็นทางการภายในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อวันที่ 30 (เวลาท้องถิ่น) ทอม ทิลลิส(Tom Tillis) สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์สื่อว่า ความกังวลของกลุ่มล็อบบี้ภาคธนาคารต่อร่างกฎหมาย Clarity Act “ถูกคลี่คลายไปในระดับมาก” โดยเดิมทีประเด็นหลักที่ทำให้ธนาคารคัดค้าน คือ ‘ผลตอบแทนจากสเต이블คอยน์’ ที่อาจแย่งฐานเงินฝากจากธนาคารพาณิชย์ และกระทบโครงสร้าง ‘ระบบการเงินสหรัฐฯ’ แบบดั้งเดิม

ร่าง Clarity Act มีเป้าหมายจัดวางอุตสาหกรรมคริปโตให้เชื่อมกับโครงสร้างการเงินสหรัฐฯ อย่างเป็นระบบ ทั้งด้าน ‘กฎเกณฑ์กำกับดูแล’ และ ‘การคุ้มครองผู้ลงทุน’ โดยเฉพาะเซกเตอร์ ‘สเต이블คอยน์’ ที่ถูกมองว่าเป็นสะพานสำคัญเชื่อมระหว่างเงินดอลลาร์ดั้งเดิมกับโลกคริปโต การออกแบบกรอบกำกับเรื่อง ‘อัตราผลตอบแทน’ และ ‘การแข่งขันกับเงินฝาก’ จึงเป็นหัวใจของการเจรจากับภาคธนาคาร

ทิลลิสระบุว่าจะผลักดันให้คณะกรรมาธิการด้านการธนาคารของวุฒิสภา เริ่มขั้นตอนการปรับแก้ร่าง (markup) อย่างเป็นทางการ พร้อมให้คำมั่นว่าจะเผยแพร่ร่างฉบับประนีประนอมล่วงหน้า เพื่อเปิดให้ทั้งภาคการเงินแบบดั้งเดิมและอุตสาหกรรมคริปโตได้ประเมินผลกระทบ การออกมาให้สัญญาณเช่นนี้ถูกตีความว่าเป็น ‘จุดเริ่มต้นของการกลับมาเดินหน้าเจรจา’ หลังเคยชะลอตัวจากแรงกดดันของธนาคารพาณิชย์

ด้วยท่าทีล่าสุดของทิลลิส ทำให้ความเป็นไปได้ที่ Clarity Act จะเข้าสู่การพิจารณาในคณะกรรมาธิการธนาคารวุฒิสภาในเดือนพฤษภาคมเพิ่มสูงขึ้น หากผ่านขั้นตอนนี้ได้ ร่างกฎหมายจะถูกส่งต่อไปยังการลงมติในที่ประชุมวุฒิสภาเต็มคณะ อย่างไรก็ตาม ‘ปัจจัยเรื่องเวลา’ กำลังกลายเป็นความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดของร่างกฎหมายฉบับนี้

ตามตารางการทำงานของวุฒิสภา ช่วงเวลาที่เหลืออยู่ก่อนเข้าสู่ฤดูกาลการเมืองเข้มข้นมีเพียงราว 11 สัปดาห์เท่านั้น เมื่อรวมกับกำหนดการเลือกตั้งกลางเทอมและการเมืองภายในสภาที่ตึงตัว นักวิเคราะห์ในวอชิงตันจำนวนมากมองว่า Clarity Act กำลังเข้าสู่ภาวะ ‘แข่งกับเวลา’ หากมีการเลื่อนหรือดึงเกมในชั้นคณะกรรมาธิการเพียงเล็กน้อย ร่างกฎหมายอาจหมดอายุในทางปฏิบัติได้ทันที

แรงกดดันทางการเมืองจาก ‘ทรัมป์’ ก็เริ่มมีน้ำหนักมากขึ้นในทิศทางเอื้อต่ออุตสาหกรรมคริปโต ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวไม่นานมานี้ว่า จะไม่ยอมให้ ‘ธนาคาร’ ทำลายหรือบิดเบือนเจตนารมณ์ของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล ระบุชัดว่าจะไม่ปล่อยให้สถาบันการเงินแบบดั้งเดิมใช้พลังล็อบบี้ปิดกั้นโอกาสของนวัตกรรม

ท่าทีดังกล่าวทำให้บรรยากาศในภาคคริปโตสหรัฐฯ เปลี่ยนไปในเชิงบวก โคดี คาร์บอน(Cody Carbone) ซีอีโอของกลุ่มนโยบาย ‘ดิจิทัล เชมเบอร์(Digital Chamber)’ ที่ตั้งอยู่ในกรุงวอชิงตัน ระบุว่า ความคาดหวังต่อความเป็นไปได้ในการลงมติภายในเดือนพฤษภาคมสูงกว่าที่ผ่านมาอย่างชัดเจน พร้อมเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการธนาคารเร่งบรรจุร่างเข้าสู่การพิจารณาอย่างเร็วที่สุด

อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมจะดูเดินหน้า แต่ยังมี ‘ชนวนขัดแย้ง’ สำคัญที่รอการเจรจา ทั้งในมิติการเมืองและด้านเทคนิคของกฎระเบียบ ฝ่ายเดโมแครตผลักดันให้บรรจุข้อกำหนดด้านจริยธรรมที่ ‘ห้ามหรือจำกัด’ การทำธุรกิจคริปโตส่วนตัวของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง ซึ่งในแวดวงการเมืองสหรัฐฯ มีการตีความว่าเป็น ‘มาตรการพุ่งเป้า’ ไปยังประธานาธิบดีทรัมป์และสมาชิกครอบครัวโดยตรง

ในอีกด้าน สมาชิกวุฒิสภาบางส่วนกำลังกดดันให้ประเด็น ‘การคุ้มครองนักพัฒนา DeFi’ ถูกแยกไปพิจารณาในคณะกรรมาธิการอื่น โดยให้เหตุผลว่า โครงสร้างของระบบการเงินไร้ตัวกลางและโอเพนซอร์สมีความซับซ้อน และอาจได้รับผลกระทบไม่ตั้งใจหากถูกจัดกรอบแบบเดียวกับแพลตฟอร์มศูนย์กลาง ‘ความคิดเห็น’ มีนักกฎหมายบางรายเตือนว่า หากไม่ออกแบบข้อยกเว้นหรือเกณฑ์ชัดเจนสำหรับนักพัฒนา DeFi อาจเกิดผล “แช่แข็งนวัตกรรม” เพราะผู้พัฒนาไม่แน่ใจความเสี่ยงทางกฎหมาย

แม้ Clarity Act จะสามารถผ่านวุฒิสภาได้ ยังต้องเผชิญ ‘ด่านสุดท้าย’ คือการลงมติในสภาผู้แทนราษฎร ปัจจุบันสภาผู้แทนราษฎรได้ผ่านร่างกฎหมายเวอร์ชันของตัวเองไปก่อนแล้ว แต่ด้วยบรรยากาศการเมืองที่ความร่วมมือระหว่างสองพรรคสั่นคลอน หลายฝ่ายประเมินว่ายังมีโอกาสเกิด ‘ดีลล่มในโค้งสุดท้าย’ ได้เสมอ หากสองสภาไม่สามารถหาจุดลงตัวของร่างสุดท้ายร่วมกัน

ทิศทางความคืบหน้าของ ‘Clarity Act’ จึงถูกจับตาในฐานะจุดเปลี่ยนสำคัญของเส้นทาง ‘การทำให้คริปโตถูกกฎหมายอย่างเป็นระบบในสหรัฐฯ’ ทั้งสำหรับ ‘สเต이블คอยน์’ ‘DeFi’ และโปรเจกต์คริปโตรายย่อย หากกฎหมายฉบับนี้เดินหน้าได้สำเร็จ นักวิเคราะห์มองว่าจะกลายเป็นกรอบอ้างอิงสำคัญที่ประเทศอื่นอาจนำไปปรับใช้ แต่หากล้มเหลว ก็อาจสะท้อนว่าการเมืองสหรัฐฯ ยังไม่พร้อมรับมือกับบทบาทใหม่ของสินทรัพย์ดิจิทัลในระบบการเงินยุคถัดไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1