Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

นักเทรด X ชี้ไซเคิลบิตคอยน์(BTC) ขาขึ้น 1,064 วัน–ขาลง 364 วัน แต่นักวิเคราะห์โต้แค่ฟิตตัวเลขสวยหรู

นักเทรด X อ้าง ‘บิตคอยน์(BTC)’ วิ่งตามไซเคิลวันเป๊ะ ทั้งขาขึ้น 1,064 วัน–ขาลง 364 วัน แต่ตลาดเริ่มตั้งคำถามว่าตรงไปหรือแค่บังเอิญเลือกจุดอ้างอิงให้พอดีตัวเลขกันแน่

เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ Cointelegraph นักเทรดที่ใช้ชื่อ ไล언(Ryan) ภายใต้แอ็กเคานต์ @DodgysDD บน X นำเสนอทฤษฎีว่า ‘บิตคอยน์(BTC)’ อยู่ในไซเคิลที่ค่อนข้างตายตัว โดยช่วงตลาดกระทิงจาก ‘จุดต่ำสุด’ ไปถึง ‘จุดสูงสุด’ 各รอบกินเวลาประมาณ ‘1,064 วัน’ ส่วนตลาดหมีจาก ‘จุดสูงสุด’ ลงมาถึง ‘จุดต่ำสุด’ ใช้เวลาประมาณ ‘364 วัน’ และรูปแบบนี้ถูกอ้างว่าปรากฏซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ตามการวิเคราะห์ของเขา ช่วงปี 2014–2017, 2018–2021 และ 2022–2025 ถูกจัดเป็นรอบขาขึ้นของ ‘บิตคอยน์(BTC)’ ที่ลากยาว 1,064 วันตั้งแต่โซนโลว์ไปจนถึงไฮของรอบ ขณะที่ช่วงปี 2017–2018 และ 2021–2022 ถูกจัดเป็นรอบขาลงที่ใช้เวลา 364 วันจากจุดพีกไปยังจุดฟื้นตัวล่างสุดหนึ่งรอบ ใจความสำคัญของทฤษฎีนี้คือ ราคา ‘บิตคอยน์(BTC)’ เหมือนกำลังวิ่งอยู่บนปฏิทินแบบรายวัน ที่วนซ้ำด้วยจำนวนวันที่คงที่อย่างน่าประหลาด

ความน่าสนใจอยู่ที่ ถ้า ‘ไซเคิลบิตคอยน์’ ถูกตีความได้ด้วย ‘โมเดลปฏิทิน’ ง่ายๆ นักลงทุนก็อาจใช้วันเวลามาเป็นเกณฑ์กำหนดจังหวะเข้า–ออกตลาด วางแผนแบ่งไม้ซื้อขาย หรือคาดการณ์ช่วง ‘ซบเซา’ กับ ‘เร่งตัว’ ของราคาได้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ‘ความคิดเห็น’ มุมนี้ทำให้ตัวเลข 1,064 วัน และ 364 วัน ดูมีเสน่ห์ เพราะแปลงความผันผวนของตลาดให้กลายเป็นสูตรกึ่งคณิตศาสตร์ที่จับต้องได้

แต่เมื่อส่องให้ลึกลงไป การอ้าง ‘วันที่เป๊ะ’ ในไซเคิล ‘บิตคอยน์(BTC)’ กลับมีข้อจำกัดหลายด้าน เนื่องจากคริปโตเป็นสินทรัพย์ที่ซื้อขายกันตลอด 24 ชั่วโมง จึงไม่มีเส้นตัดเดียวแบบตลาดหุ้นที่อ้างอิง ‘ราคาปิด’ ได้ชัดเจน การจะกำหนดว่า ‘จุดสูงสุด’ หรือ ‘จุดต่ำสุด’ อยู่ตรงไหน จึงขึ้นอยู่กับวิธีเลือกข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น ‘ราคาสูงสุดระหว่างวัน’, ‘ราคาปิด’, ‘จุดสูงสุดเฉพาะบางตลาด’, หรือข้อมูลจาก ‘แต่ละกระดานเทรด’ ที่ตัวเลขอาจต่างกันเล็กน้อย

เมื่อกรอบอ้างอิงไม่ตายตัว การคัดช่วงเวลามาจับเข้ากับสูตร 1,064 วัน หรือ 364 วัน จึงอาจกลายเป็นการ ‘เลือกจุดที่เข้าทางตัวเลข’ มากกว่าจะเป็นการค้นพบแพตเทิร์นเชิงโครงสร้างของตลาดจริงๆ ‘ความคิดเห็น’ นักวิเคราะห์จำนวนไม่น้อยมองว่าความเสี่ยงแบบนี้ทำให้โมเดลกลายเป็นเพียงการฟิตข้อมูลในอดีตให้สวยงาม มากกว่าการสร้างแบบจำลองที่ใช้ทดสอบอนาคตได้อย่างน่าเชื่อถือ

นอกจากนี้ โครงสร้างตลาด ‘บิตคอยน์(BTC)’ ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยตัวแปรเดียว ปัจจัยอย่าง ‘การลดรางวัลบล็อก (Halving)’, สภาพคล่องในระบบการเงินโลก, ภาวะเศรษฐกิจมหภาค, พฤติกรรมการขาย–ถือของนักขุด, แรงซื้อจากสถาบัน รวมถึงอารมณ์ความกลัว–ความโลภของนักลงทุนรายย่อย ล้วนผสมผสานกันและเปลี่ยนไปตามเหตุการณ์ในแต่ละปี การคาดหวังว่าองค์ประกอบที่ซับซ้อนเหล่านี้จะถูกบีบให้เข้ากับไซเคิลคงที่ระดับ ‘1,064 วัน’ หรือ ‘364 วัน’ จึงค่อนข้างเกินจริง

ถึงอย่างนั้น ทำไมทฤษฎีแบบนี้ยังได้รับความสนใจ? หนึ่งในคำตอบคือ ‘เรื่องเล่าเรื่องไซเคิล’ ยังคงมีอิทธิพลสูงในตลาดคริปโต นักลงทุนจำนวนมากอยากรู้ว่า ตอนนี้ตลาดอยู่ในช่วง ‘พักฐาน’, ‘สะสม/กระจายของ’ หรือกำลัง ‘เตรียมขึ้นรอบใหม่’ อยู่กันแน่ โมเดลตัวเลขที่เรียบง่าย จึงดูเหมือนให้คำอธิบายที่เข้าใจง่ายและให้ความรู้สึกว่า ‘ควบคุมอนาคตได้มากขึ้น’ แม้ในความเป็นจริง ความไม่แน่นอนของตลาดจะยังอยู่เหมือนเดิม

ท้ายที่สุด ทฤษฎีไซเคิลแบบรายวันที่เสนอโดย ไล언 จึงอาจใช้เป็น ‘มุมมองประกอบ’ ในการอ่านทิศทาง ‘บิตคอยน์(BTC)’ ได้บ้าง แต่ยังห่างไกลจากการเป็น ‘หลักฐาน’ ที่จะใช้ฟันธงจุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดของรอบถัดไป ‘ความคิดเห็น’ การอ้างอิงวันที่อย่างแม่นเป๊ะอาจช่วยสร้างสีสันให้กับบทสนทนาในตลาด แต่ยังไม่เพียงพอที่จะยกระดับเป็นโมเดลคาดการณ์ที่ผ่านการพิสูจน์แล้วสำหรับการตัดสินใจลงทุนในโลกจริง

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1