แบรด ไลท์แคป(Brad Lightcap) อดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) ของ OpenAI ประกาศลาออกจากบริษัทหลังทำงานมานานถึง 8 ปี ท่ามกลางการปรับเปลี่ยนทีมผู้บริหารและความเคลื่อนไหวในองค์กรด้านความปลอดภัยและจริยธรรมที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ภายหลังจากที่ OpenAI ยื่นเอกสารขอเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) แบบไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ
เมื่อวันที่ 11 (เวลาท้องถิ่น) ไลท์แคปแจ้งข่าวการลาออกผ่านข้อความถึงพนักงานภายในบริษัทและโพสต์บนแพลตฟอร์ม X ระบุว่าจะไปเริ่มงานใหม่ แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าจะไปทำงานที่ใด ก่อนหน้านี้ทีมข่าวของเราเคยรายงานความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการย้ายไปดูแลโครงการพิเศษของไลท์แคป ซึ่งถูกมองว่าเป็นสัญญาณเบื้องต้นของการลาออกในครั้งนี้
ย้อนกลับไปในเดือนมีนาคม 2025 ช่วงที่ OpenAI ปรับโครงสร้างผู้บริหาร บริษัทได้มอบหมายให้ไลท์แคปดูแลกลยุทธ์ธุรกิจ พันธมิตรหลัก โครงสร้างพื้นฐาน และงานปฏิบัติการโดยรวม เพื่อผลักดันการขยายธุรกิจและการนำผลิตภัณฑ์ไปใช้งานทั่วโลก
บทบาทของไลท์แคปเปลี่ยนอีกครั้งในเดือนเมษายนปีนี้ โดยเขาย้ายไปทำงานในทีมโครงการพิเศษที่ดูแลดีลและการลงทุนที่ซับซ้อน และรายงานตรงต่อแซม อัลต์แมน(Sam Altman) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ OpenAI
ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ฟิดจี ซิโม(Fidji Simo) ซีอีโอฝ่ายการนำ AGI ไปใช้งานของ OpenAI ลาป่วยเพื่อพักรักษาตัว ขณะที่เคท เราช์(Kate Rouch) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด (CMO) ของ OpenAI ก็ลาหยุดงานด้วยเหตุผลด้านสุขภาพเช่นกัน
ต่อมาในเดือนกรกฎาคม ซิโมลดบทบาทจากตำแหน่งเต็มเวลาเป็นที่ปรึกษาแบบพาร์ตไทม์ โดยสำนักข่าว WIRED รายงานว่าเป็นผลจากอาการของโรคภูมิคุ้มกันทำลายระบบประสาทเรื้อรังที่กำเริบขึ้น ทำให้ต้องใช้เวลาพักฟื้นยาวนาน จุดนี้ทำให้ยากที่จะตีความการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพว่าเป็นการ ‘ถอนตัว’ เชิงกลยุทธ์ขององค์กรไปเสียทั้งหมด
ความเคลื่อนไหวในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นกับทีมความปลอดภัยและจริยธรรมด้วย โยฮันเนส ไฮเดเคอ(Johannes Heidecke) หัวหน้าฝ่ายระบบความปลอดภัยของ OpenAI และโจชัว อาเชียม(Joshua Achiam) หัวหน้านักอนาคตศาสตร์ของ OpenAI ประกาศแผนลาออกในเดือนกรกฎาคม ขณะที่ Financial Times รายงานว่าโคลเอ บาคาลาร์(Chloé Bakalar) หัวหน้าฝ่ายจริยธรรมของ OpenAI ก็ได้ลาออกจากบริษัทไปแล้วเช่นกัน
OpenAI ยื่นแบบฟอร์ม S-1 แบบไม่เปิดเผยต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ก่อนที่ไลท์แคปจะประกาศลาออกในวันที่ 11 สิงหาคม อย่างไรก็ตาม ไลท์แคปไม่ได้เชื่อมโยงเหตุผลการลาออกของตนเข้ากับแผน IPO โดยตรง ขณะที่กรณีของซิโมและเราช์นั้นมีปัจจัยด้านสุขภาพเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นหลัก
OpenAI แถลงว่าได้ยื่นแบบ S-1 แบบไม่เปิดเผยต่อ SEC เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน โดยบริษัทยังไม่ได้กำหนดช่วงเวลาการเข้าจดทะเบียนที่แน่ชัด และระบุว่าการคงสถานะบริษัทเอกชนต่อไปก่อนจะเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจบางส่วน จึงอาจต้องใช้เวลาอีกระยะก่อนจะเข้าสู่กระบวนการ IPO เต็มรูปแบบ
แบบฟอร์ม S-1 คือเอกสารการจดทะเบียนหลักทรัพย์ที่บริษัทในสหรัฐฯ ต้องยื่นต่อ SEC เมื่อต้องการเสนอขายหุ้นต่อประชาชน ส่วนการยื่นแบบไม่เปิดเผยเป็นขั้นตอนที่เปิดให้ SEC ตรวจสอบข้อมูลทางการเงินและธุรกิจได้ก่อนที่บริษัทจะต้องเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ การยื่นเอกสารในลักษณะนี้จึงไม่ได้หมายความว่าบริษัทได้กำหนดช่วงเวลาการเข้าตลาดหลักทรัพย์ไว้แล้ว
รายงานข่าวเกี่ยวกับช่วงเวลาการเข้าตลาดหลักทรัพย์ของ OpenAI ยังมีความคลาดเคลื่อนกันอยู่ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อเดือนพฤษภาคมว่า OpenAI อาจยื่นเอกสาร IPO แบบไม่เปิดเผยภายในไม่กี่สัปดาห์ และอาจเข้าจดทะเบียนได้เร็วที่สุดในเดือนกันยายน ขณะที่ในเดือนมิถุนายน มีรายงานว่าซาราห์ ฟรายเออร์(Sarah Friar) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ของ OpenAI เคยบอกกับคนใกล้ชิดบางส่วนว่าบริษัทมีแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 2027
ขนาดการระดมทุนที่ OpenAI เปิดเผยสะท้อนสถานะของบริษัทในฐานะผู้ท้าชิงรายใหญ่สำหรับการเข้าตลาดหลักทรัพย์ โดยบริษัทระบุว่าเมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา ได้ระดมทุนไปแล้วราว 1.22 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้มูลค่าบริษัทถูกประเมินไว้ที่ราว 8.52 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
ในช่วงเวลาดังกล่าว OpenAI เปิดเผยว่ามีรายได้ต่อเดือนราว 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสัดส่วนรายได้จากลูกค้าองค์กรอยู่ที่มากกว่า 40% ขณะที่ผู้ใช้งานรายสัปดาห์มีมากกว่า 900 ล้านคน และมีผู้ใช้งานแบบสมัครสมาชิกมากกว่า 50 ล้านคน
ทิศทางธุรกิจของ OpenAI กำลังขยายจากการวิจัยไปสู่การนำผลิตภัณฑ์ไปใช้งานจริง การขยายตลาด และการสร้างรายได้มากขึ้น โดยบริษัทอธิบายว่า ChatGPT คือ ‘ช่องทางจัดจำหน่าย’ ที่เชื่อมโยงผู้ใช้งานทั่วไปเข้ากับการทำงานขององค์กรธุรกิจ พร้อมเปิดเผยตัวเลขรายได้จากลูกค้าองค์กรและรายได้ทดลองจากโฆษณา ทั้งนี้ ทีมข่าวของเราเคยรายงานความเคลื่อนไหวเรื่องการปรับโครงสร้างระบบที่นั่งผู้ใช้งาน (seat) ของผลิตภัณฑ์ ChatGPT สำหรับองค์กรมาก่อนหน้านี้เช่นกัน
จนถึงขณะนี้ OpenAI เริ่มกระบวนการเข้าตลาดหลักทรัพย์ด้วยการยื่นแบบ S-1 แบบไม่เปิดเผยแล้ว แต่ยังไม่ได้ประกาศกำหนดการเข้าจดทะเบียนที่ชัดเจนแต่อย่างใด
ความคิดเห็น 0