Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

อินดีด(Indeed) ผู้ใช้พุ่ง 18% หลัง AI ช่วยสมัครงานพุ่งแตะ 70%

อินดีด (Indeed) แพลตฟอร์มหางานในเครือรีครูท โฮลดิ้งส์ (Recruit Holdings) รายงานว่าผู้ใช้งานรายเดือนช่วงเดือนมีนาคม 2026 เพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การสมัครงานผ่านระบบ 'AI แนะนำ' และเครื่องมือ AI คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 70% ของการสมัครงานทั้งหมด

รีครูท โฮลดิ้งส์เปิดเผยผลประกอบการปีงบการเงิน 2025 เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม (เวลาท้องถิ่น) โดยมีรายได้รวม 3.6973 ล้านล้านเยน กำไรจากการดำเนินงาน 630,500 ล้านเยน และกำไรสุทธิ 496,900 ล้านเยน พร้อมประกาศเป้าหมายปีงบการเงิน 2026 ไว้ที่รายได้ 4.03 ล้านล้านเยน และกำไรจากการดำเนินงาน 787,000 ล้านเยน

ธุรกิจที่เป็นแกนหลักของการเติบโตครั้งนี้คือกลุ่ม 'HR Technology' บริษัทระบุระหว่างการแถลงผลประกอบการว่าผู้ใช้งานรายเดือนของอินดีดในเดือนมีนาคมทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยช่องทางการสมัครงานแบ่งเป็นการสมัครผ่าน AI แนะนำและเครื่องมือ AI 70% ส่วนอีก 30% มาจากการค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดแบบเดิม

รีครูท โฮลดิ้งส์มองว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงตัวช่วยค้นหา แต่เป็น 'เครื่องมือจับคู่' ระหว่างผู้หางานกับนายจ้าง จากเดิมที่ผู้หางานต้องค้นหาประกาศงานเอง ตอนนี้แพลตฟอร์มจะวิเคราะห์ประวัติการทำงาน ความชอบ และคุณสมบัติ เพื่อเสนอประกาศงานที่เหมาะสมให้ก่อน

อินดีดเปิดตัวแอปพลิเคชันบนแชทจีพีที (ChatGPT) เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ และขยายให้บริการครอบคลุม 14 ประเทศ รวมถึงญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่าแอปนี้เป็นเพียง 'ช่องทางเข้าถึงเพิ่มเติม' เพราะการสมัครงานจริงยังคงเกิดขึ้นผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของอินดีดเป็นหลัก

ข้อมูลของอินดีดระบุว่า ในปี 2025 มีผู้ที่ได้งานผ่านแพลตฟอร์มเฉลี่ย 31 คนต่อนาที เพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ย 27 คนต่อนาทีในปีก่อนหน้า บริษัทระบุว่าใช้ข้อมูลโปรไฟล์ที่ค้นหาได้กว่า 350 ล้านโปรไฟล์ และสัญญาณด้านความชอบและคุณสมบัติมากกว่า 140 ล้านรายการต่อวัน มาปรับปรุงโมเดล AI สำหรับจับคู่งาน

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าอินดีดวาง 'ฟีเจอร์ AI' ไว้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยเพิ่มอัตราการเปลี่ยนผู้สมัครให้กลายเป็นพนักงานจริง ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์อำนวยความสะดวก เพราะในธุรกิจแพลตฟอร์มหางาน ปัจจัยที่มีผลต่อรายได้ไม่ได้มีแค่จำนวนประกาศงานหรือผู้เข้าชม แต่ยังรวมถึงคุณภาพของผู้สมัครและประสิทธิภาพที่นายจ้างมองว่านำไปสู่การจ้างงานจริง

ปฏิกิริยาจากตลาดก็เปลี่ยนไปหลังการแถลงผลประกอบการ บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่าราคาหุ้นรีครูท โฮลดิ้งส์พุ่งขึ้นสูงสุดถึง 19% ระหว่างวันซื้อขายวันที่ 18 พฤษภาคม ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นระหว่างวันมากที่สุดนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียน โดยระบุว่าคาดการณ์ผลประกอบการปีงบการเงิน 2026 ของบริษัทช่วยคลายความกังวลของตลาดลงได้

ด้านมอร์นิงสตาร์ (Morningstar) ประเมินว่า AI อาจกลายเป็น 'แรงส่ง' มากกว่า 'แรงต้าน' สำหรับแพลตฟอร์มหางาน แม้ก่อนหน้านี้จะมีความกังวลว่า AI อาจไปลดความต้องการค้นหาบนแพลตฟอร์มหางานลง แต่ตัวเลขที่บริษัทเปิดเผยชี้ว่าทั้งจำนวนผู้ใช้งานและประสิทธิภาพการสร้างรายได้เพิ่มขึ้นพร้อมกัน

อย่างไรก็ตาม คำอธิบายของบริษัทไม่ได้มีแต่ด้านบวก รีครูท โฮลดิ้งส์ยอมรับว่าการขยายตัวของ AI อาจทำให้ระดับการจ้างงานและจำนวนประกาศงานลดลงได้เช่นกัน โดยระบุว่าเมื่อพิจารณาจากรายได้ Sponsored Jobs ในสหรัฐฯ กลุ่มอาชีพที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะหน้างานจริง เช่น สาธารณสุข ซ่อมบำรุง ขนส่ง และอาหารเครื่องดื่ม รวมกันมีสัดส่วนมากกว่า 2 ใน 3 ขณะที่กลุ่มอาชีพที่เสี่ยงถูก 'generative AI' เข้ามาแทนที่มากที่สุด อย่างเทคโนโลยี การตลาด การเงิน และบัญชี รวมกันมีสัดส่วนราว 15%

สำหรับปีงบการเงิน 2026 บริษัทประเมินว่าจำนวนประกาศงานบนอินดีดในสหรัฐฯ อาจลดลงราว 4% แต่ถึงอย่างนั้น บริษัทยังคาดการณ์ว่ารายได้กลุ่ม HR Technology ในสกุลเงินดอลลาร์จะเติบโต 13.6% และค่า 'ARPJ' ในสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้น 18% โดย ARPJ คือตัวชี้วัดรายได้ที่แพลตฟอร์มได้รับเทียบกับกิจกรรมการจ้างงานที่เกิดขึ้นจริง

ตัวเลขนี้สะท้อนโครงสร้างธุรกิจของอินดีดได้ชัดเจน แม้จำนวนประกาศงานจะลดลง แต่หากนายจ้างยอมจ่ายเงินเพิ่มเพื่อให้ได้การจับคู่ที่แม่นยำและคัดกรองผู้สมัครที่มีคุณภาพมากขึ้น รายได้ของแพลตฟอร์มก็อาจขึ้นอยู่กับ 'ประสิทธิภาพการจ้างงาน' มากกว่าปริมาณการสมัคร ในทางกลับกัน หาก AI แนะนำงานกลับทำให้เกิดการสมัครคุณภาพต่ำหรือสมัครงานอัตโนมัติมากขึ้น ตรรกะการสร้างรายได้นี้ก็อาจอ่อนแรงลงได้เช่นกัน

แนวโน้มที่การขยายฟีเจอร์ AI เปลี่ยนโครงสร้างต้นทุนและรายได้ของบริษัทแพลตฟอร์มพร้อมกันไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับอินดีด แต่ยังปรากฏในบริษัทซอฟต์แวร์อื่น ๆ เช่นกัน ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าปริมาณการใช้งาน generative AI ที่เพิ่มขึ้นกำลังเปลี่ยนโครงสร้างต้นทุนและรายได้ของบริษัทซอฟต์แวร์ไปพร้อมกัน กรณีของรีครูท โฮลดิ้งส์ถือเป็นตัวอย่างที่แนวโน้มเดียวกันนี้ขยายเข้าสู่โมเดลรายได้จากการจับคู่งานและโฆษณาของแพลตฟอร์มหางาน

ในกรณีของรีครูท โฮลดิ้งส์ ปัจจัยที่ถูกหยิบยกมาเป็นตัวแปรด้านรายได้ไม่ใช่จำนวนประกาศงาน แต่เป็นคุณภาพการจับคู่และประสิทธิภาพการใช้จ่ายของนายจ้าง บริษัทระบุว่า AI แนะนำงานและเครื่องมือ AI มีส่วนช่วยทั้งการเพิ่มผู้ใช้งานและการปรับปรุงประสิทธิภาพของสินค้าแบบเสียเงิน

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขหลักส่วนใหญ่ที่เกี่ยวกับอินดีดยังคงเป็นข้อมูลภายในที่บริษัทเปิดเผยเอง ส่วนคำถามว่า AI แนะนำงานจะส่งผลต่อคุณภาพการจ้างงานจริงและการใช้จ่ายของนายจ้างมากน้อยเพียงใด คงต้องรอดูผลประกอบการปีงบการเงิน 2026 อีกครั้ง

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1