Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

91 ดอลลาร์ เบรนท์ทะลุแนวต้าน ราคาน้ำมันโลกขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 3

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ท่ามกลางความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง โดยน้ำมันดิบเบรนท์ทะยานทะลุระดับ 91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐฯ ขยับเข้าใกล้ 85 ดอลลาร์

เมื่อวันที่ 18 (เวลาท้องถิ่น) สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ล่วงหน้าส่งมอบเดือนตุลาคมในตลาด ICE Futures ปิดตลาดที่ 91.02 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ประมาณ 128,700 วอน) เพิ่มขึ้น 0.17% จากวันก่อนหน้า ส่วนสัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนกันยายนในตลาดไนเมกซ์ (NYMEX) ปิดที่ 84.95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ประมาณ 120,100 วอน) เพิ่มขึ้น 0.52%

น้ำมันทั้งสองชนิดปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา นักวิเคราะห์มองว่าทิศทางราคาล่าสุดไม่ได้สะท้อนสัญญาณการขาดแคลนอุปทานที่ชัดเจน แต่เป็นผลจาก 'ความเสี่ยงพรีเมียม' ที่ยังฝังอยู่ในราคา จากความไม่แน่นอนของเส้นทางเดินเรือในตะวันออกกลาง

ปัจจัยหนุนราคาสำคัญคือความไม่แน่นอนรอบช่องแคบฮอร์มุซ หลังกรอบเวลาเจรจา 60 วันตามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านสิ้นสุดลง โดยทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถหาจุดร่วมกันได้

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ผู้นำสหรัฐฯ โพสต์ผ่านทรูธโซเชียล (Truth Social) ว่า "ไม่มีการเจรจาหรือพูดคุยใด ๆ กับอิหร่านในขณะนี้ และไม่มีกำหนดการใด ๆ ทั้งสิ้น" พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ ยังคงดำเนินมาตรการปิดกั้นทางทะเลต่ออิหร่านอยู่ คำกล่าวนี้สะท้อนว่าสัญญาณการกลับสู่โต๊ะเจรจากำลังจางลง ทำให้ความกังวลเรื่องการขนส่งน้ำมันสะดุดกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง

ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการขนส่งน้ำมันโลก เนื่องจากเป็นทางผ่านแคบ ๆ ที่เชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับทะเลเปิด หากการเดินเรือสะดุด ราคาน้ำมันและแก๊สธรรมชาติจะได้รับผลกระทบโดยตรงและรวดเร็ว

ความกังวลด้านความปลอดภัยทางทะเลก็ยังไม่หายไป เพราะเกิดเหตุเรือถูกโจมตีในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซต่อเนื่อง ขณะที่เส้นทางส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลางก็แคบลง สถานการณ์เหล่านี้ทำให้ตลาดยังไม่คลายความกังวลลงอย่างเต็มที่

มีรายงานด้วยว่าซาอุดีอาระเบียกำลังผลักดันแนวทางขนถ่ายน้ำมัน (transshipment) บริเวณชายฝั่งโอมาน เพื่อลดความเสี่ยงจากเส้นทางเดิม แต่ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าเส้นทางอ้อมหรือการซื้อขายทางเลือกยังไม่สามารถทดแทนการเดินเรือผ่านช่องแคบได้อย่างสมบูรณ์

ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันหน้าปั๊มและอัตราเงินเฟ้อในหลายประเทศ ก่อนหน้านี้ โตเก็นโพสต์ (TokenPost) เคยรายงานว่าราคาน้ำมันหน้าปั๊มในเกาหลีใต้ชะลอการปรับลดลงตามทิศทางราคาน้ำมันโลกที่ปรับขึ้น

ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นยังเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ซึ่งอาจส่งผลต่อการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยและความเชื่อมั่นในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างบิตคอยน์(BTC) ได้ในบางช่วง อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะสรุปว่าราคาน้ำมันที่ขึ้นเพียงอย่างเดียวจะกำหนดทิศทางราคาคริปโทเคอร์เรนซีได้อย่างชัดเจน

ก่อนหน้านี้ โตเก็นโพสต์ยังเคยรายงานว่าน้ำมันดิบเบรนท์ทะยานทะลุ 90 ดอลลาร์ท่ามกลางความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางมาแล้วครั้งหนึ่ง การปรับขึ้นครั้งนี้จึงเป็นความต่อเนื่องที่ตอกย้ำว่าสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซและความคืบหน้าของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะยังเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางราคาน้ำมันในระยะสั้น

สำนักข่าวยอนฮับ (Yonhap) รายงานเมื่อวันที่ 19 ว่า ข้อมูล ณ วันที่ 18 (เวลาท้องถิ่น) ตลาดยังมองว่าความเคลื่อนไหวของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง เป็นตัวแปรสำคัญที่จะกำหนดทิศทางราคาน้ำมันโลกในระยะสั้น

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1