OpenAI บรรลุข้อตกลงระดมทุนมูลค่าสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้มูลค่าบริษัทพุ่งแตะ 3 แสนล้านดอลลาร์ พร้อมกระตุ้นให้ตลาดคริปโตเคลื่อนไหวในทิศทางบวก โทเคนในหมวดปัญญาประดิษฐ์ เช่น เนียร์โปรโตคอล(NEAR), ต้าโอะ(TAO), เรนเดอร์(RENDER) และเพตคอยน์(FARTCOIN) ต่างขยับขึ้นกว่า 5% ขณะเดียวกัน โทเคนน้องใหม่อย่างวอลรัส(WAL) ทะยานขึ้น 16% ภายในวันเดียว
รายงานจาก CNBC เมื่อวันที่ 24 ระบุว่าการระดมทุนครั้งนี้ถือเป็นดีลที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัทเอกชน โดยมี ‘ซอฟต์แบงก์’ เป็นผู้นำการลงทุนวงเงิน 30,000 ล้านดอลลาร์ และได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจาก ไมโครซอฟท์(MSFT), โคทู(Coatue), อัลติมิเตอร์ และธรายฟ์ เป็นต้น คาดว่าประมาณ 18,000 ล้านดอลลาร์จะถูกนำไปลงใน ‘สตาร์เกต’ บริษัทสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง OpenAI, ซอฟต์แบงก์ และออราเคิล ตามโครงการโครงสร้างพื้นฐาน AI แห่งชาติที่ประธานาธิบดีทรัมป์เปิดตัวเมื่อต้นปี
โครงการดังกล่าวสอดรับเทรนด์ความต้องการ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก โดยการระดมทุนครั้งนี้ไม่ได้เน้นแค่ขยายทรัพยากรด้านวิจัยและพัฒนาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการขยายศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ขับเคลื่อนโมเดล AI ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้บริษัทอย่าง ‘คอร์วีฟ(CoreWeave)’ พุ่งแรง ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นกว่า 40% ภายใน 3 วันแรกหลังเข้าตลาด
แต่อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขสำคัญหนึ่งในข้อตกลงครั้งนี้ก็คือ หาก OpenAI ยังไม่สามารถปรับโครงสร้างจากองค์กรไม่แสวงหากำไรไปเป็นนิติบุคคลแบบเต็มตัวภายในวันที่ 31 ธันวาคม ปีนี้ การลงทุนบางส่วนอาจถูกปรับลดลงเหลือต่ำกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากไมโครซอฟท์และสำนักงานอัยการรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเด็นนี้ยังเปิดช่องให้เกิดความไม่แน่นอน เนื่องจากมีรายงานว่า อีลอน มัสก์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง ได้ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับทิศทางองค์กร
ในฝั่ง OpenAI ซีอีโอ แซม อัลต์แมน(Sam Altman) ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลผ่าน X (ชื่อเดิมทวิตเตอร์) ว่า ‘ChatGPT’ มีผู้ใช้งานแตะหลัก 1 ล้านรายภายใน 5 วันแรกหลังเปิดตัว และในปัจจุบันกำลังเติบโตถึงระดับ 1 ล้านรายต่อชั่วโมง พร้อมระบุว่า ChatGPT มีฐานผู้ใช้งานประจำสัปดาห์ทั่วโลกมากถึง 500 ล้านราย และมีแนวโน้มสร้างรายได้สูงถึง 12,700 ล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปี เพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าจากปีก่อน
เทรนด์นี้ยังผลักดันให้บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำทั่วโลกเร่งพัฒนา AI ของตนเองเช่นกัน ทั้งกูเกิล, อเมซอน, แอนโธรอปิก และเพอร์เพล็กซิตี้ ต่างประกาศผลิตภัณฑ์ใหม่และอัปเดตฟังก์ชันของ AI เอเจนต์เพื่อชิงความได้เปรียบในตลาดที่ปัจจุบันถูกประเมินว่ามีศักยภาพเติบโตแตะระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่นี้อาจสะท้อนถึงการเตรียมตัวเข้าสู่ตลาด IPO ของ OpenAI ก็เป็นได้ โดย มาร์ก ไคลน์ ซีอีโอของ SuRo Capital แสดง ‘ความคิดเห็น’ ว่า “OpenAI น่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในอนาคตอันใกล้” ปัจจัยความสัมพันธ์ระหว่างกระแส AI และคริปโต ก็ยิ่งปลุกความมั่นใจในตลาด แล้วสร้างแรงกระเพื่อมต่อกลุ่มสินทรัพย์ดิจิทัลโดยรวมอย่างชัดเจน
ความคิดเห็น 0