บิตคอยน์(BTC) ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 82,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.19 ล้านบาท) ถึง 85,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.24 ล้านบาท) ขณะที่ข้อมูลทางเทคนิคและออนเชนเริ่มส่งสัญญาณ ‘แรงกดดันขาลง’ ที่ชัดเจนมากขึ้น นักวิเคราะห์เตือนว่าหากระดับแนวรับที่ 80,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.17 ล้านบาท) พังทลาย มีโอกาสสูงที่ราคาจะไหลลงอย่างต่อเนื่อง
กราฟรายวันแสดงให้เห็นว่าบิตคอยน์เผชิญแรงต้านทั้งจากเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วันและระดับแนวต้านบริเวณ 88,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.28 ล้านบาท) ทำให้ราคาย่อตัวกลับสู่โซน 80,000 ดอลลาร์อีกครั้ง ดัชนี RSI ไม่สามารถทะลุระดับ 60 ได้และหล่นลงมาต่ำกว่ากึ่งกลางอีกครั้ง สะท้อนว่า *โมเมนตัมขาขึ้นเริ่มอ่อนแรง* ความเห็นจากนักวิเคราะห์ระบุว่าหากราคาทะลุปิดเหนือ 88,000 ดอลลาร์ไม่ได้ มีโอกาสที่บิตคอยน์จะตกลงสู่ระดับ 74,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.08 ล้านบาท) หรืออาจต่ำกว่านั้นที่ 68,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 993,000 บาท)
ภาพจากกราฟ 4 ชั่วโมงยืนยันแนวโน้มเดียวกัน โดยราคามีการเคลื่อนไหวในกรอบแคบแถว 88,000 ดอลลาร์ ก่อนจะถูกขายทำกำไรจนกลับมาที่โซน 82,000 ดอลลาร์ ดัชนี RSI จากที่เคยอยู่ในภาวะซื้อมาก ปรับลงมาอยู่ใกล้ระดับ 40 สะท้อนถึงการชะลอตัวของแรงซื้อในระยะสั้น สำหรับแนวต้านสำคัญยังคงเป็นช่วง 86,500–88,000 ดอลลาร์ ขณะที่แนวรับระยะสั้นสำคัญยังเป็นระดับ 80,000 ดอลลาร์ ความเคลื่อนไหวออกจากกรอบราคานี้ มีแนวโน้มจะเป็นตัวกำหนด *ทิศทางใหม่ของตลาด*
จากฝั่งออนเชน ข้อมูลบ่งชี้สัญญาณ *การปรับฐาน* เช่นกัน โดยอุปทานของนักขุดตามค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 30 วันอยู่ในช่วงลดลงต่อเนื่อง การปรับลดนี้เกิดขึ้นตลอดช่วงที่ราคาพุ่ง ทำให้เข้าใจได้ว่า ‘นักขุดขายทำกำไร’ อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันนักขุดถือครองบิตคอยน์อยู่ราว 1.81 ล้านเหรียญ ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบหลายปี นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าการลดสัดส่วนครอบครองนี้อาจเป็น ‘กลยุทธ์เตรียมความพร้อมก่อนการฮาล์ฟวิ่ง’ ที่จะมาถึง ความคิดเห็น ระบุว่าแรงขายจากฝั่งนักขุดจะเป็นปัจจัยสำคัญ หากดีมานด์จากผู้ซื้อทั่วไปอ่อนแอลง
บรรดานักวิเคราะห์ตลาดประเมินว่าสถานการณ์ของบิตคอยน์กำลังเข้าสู่ *จุดเปลี่ยนสำคัญในระยะสั้น* โดยแนะนำนักลงทุนระยะกลางถึงยาวให้จับตาแนวรับที่ 80,000 ดอลลาร์อย่างใกล้ชิด ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของแนวโน้มรอบต่อไป
ความคิดเห็น 0