Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เมช(Mesh) ระดมทุน 75 ล้านดอลลาร์ ดันสู่ยูนิคอร์น ลุยพัฒนาโครงสร้างชำระเงินคริปโตไร้พรมแดน

สตาร์ทอัปด้านโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินคริปโต 'เมช(Mesh)' ระดมทุนรอบซีรีส์ C ได้สำเร็จ ด้วยมูลค่า 75 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1,077 ล้านบาท) และดันมูลค่าบริษัทสู่ระดับ ‘ยูนิคอร์น’ ที่ 1 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.43 หมื่นล้านบาท) โดยเมชมีเป้าหมายขยายบริการสู่ตลาดลาตินอเมริกา เอเชีย และยุโรปอย่างจริงจัง

เมื่อวันที่ 24 บริษัทเปิดเผยว่าการระดมทุนรอบนี้นำโดย ดรากอนฟลาย แคปิตอล พร้อมด้วยนักลงทุนชื่อดังอย่าง พาราไดม์, โมเดิร์น เวนเจอร์ส, คอยน์เบส เวนเจอร์ส, SBI อินเวสต์เมนต์ และลิเบอร์ตีซิตี้เวนเจอร์ส เข้าร่วม ซึ่งถือเป็นสัญญาณว่าบรรดานักลงทุนเริ่มให้ความสำคัญกับ *โครงสร้างพื้นฐานของคริปโตในโลกจริง* มากกว่าการเก็งกำไรบนโทเคน

เมชระบุว่า ปัญหาหลักของระบบการชำระเงินเดิม เช่น ‘การชำระเงินล่าช้า’ และ ‘ค่าธรรมเนียมสูง’ เป็นสิ่งที่บริษัทต้องการเข้ามาแก้ไข โดยวางแนวทางพัฒนา *โครงสร้างการชำระเงินที่ไร้พรมแดนระหว่างบล็อกเชนและสินทรัพย์* ตามคำกล่าวของบัม อาซิซี(Bam Azizi) ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของเมช ซึ่งชี้ว่าระบบคริปโตในปัจจุบันยัง "กระจัดกระจายเกินไป" ทั้งในด้านแพลตฟอร์มและโทเคนจำนวนมากจนส่งผลเสียต่อประสบการณ์ผู้ใช้

แทนการออกโทเคนของตัวเอง เมชมุ่งเน้น *การเชื่อมโยงและทำงานร่วมกัน* ระหว่างกระเป๋าเงิน, ห่วงโซ่บล็อกเชน และสินทรัพย์ต่างๆ อาซิซีย้ำว่า “ผู้ชนะในอนาคตจะไม่ใช่ผู้สร้างสินทรัพย์ แต่คือผู้ที่เชื่อมโยงพวกมันได้ทั้งหมด” ความเห็นนี้สะท้อนเป้าหมายของเมชในการลดความซับซ้อนของระบบการชำระเงินในโลกคริปโต

เงินทุนจากรอบล่าสุดนี้จะนำไปใช้พัฒนาเทคโนโลยีและขยายบริการสู่ตลาดใหม่ โดยขณะนี้เมชมีผู้ใช้แล้วกว่า 9 ล้านรายทั่วโลก และเคยเปิดตลาดในอินเดียซึ่งมีมูลค่าการโอนเงินประจำปีสูงถึง 1.25 แสนล้านดอลลาร์และฐานผู้ใช้งานดิจิทัลขนาดใหญ่

ภูมิภาคที่จะเป็นเป้าหมายถัดไปของเมช คือ *ลาตินอเมริกา เอเชีย และยุโรป* โดยเฉพาะประเทศที่มีความต้องการในการโอนเงินระหว่างประเทศสูง นอกจากนี้เมชยังได้จับมือกับพันธมิตรหลายแห่ง เช่น ริปเปิลUSD, แพกซอส และเรน ซึ่งล้วนเป็นบริษัทที่เน้นการขยายโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินด้วย *สเตเบิลคอยน์*

หนึ่งในปัญหาสำคัญที่เมชมองเห็นในระบบคริปโต คือ *การแยกส่วนระหว่างสเตเบิลคอยน์แต่ละประเภท* แม้ตลาดสเตเบิลคอยน์ในปี 2025 คาดว่าจะมีมูลค่าแตะ 3 แสนล้านดอลลาร์ และปริมาณธุรกรรมรายปีสูงถึง 27 ล้านล้านดอลลาร์ แต่การไม่สามารถเชื่อมต่อกันได้ยังเป็นอุปสรรคสำคัญ

เพื่อแก้ปัญหานี้ เมชพัฒนาเทคโนโลยีชื่อว่า *สมาร์ทฟันดิ้ง(SmartFunding)* ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคสามารถชำระเงินด้วยทรัพย์สินใดก็ได้ เช่น บิตคอยน์(BTC), โซลานา(SOL) ขณะที่ผู้ขายก็สามารถรับเงินเป็นดอลลาร์สหรัฐสเตเบิลคอยน์(USDC), เพย์พาลUSD(PYUSD) หรือแม้แต่ *เงินสด* ได้แบบเรียลไทม์ เทคโนโลยีนี้เปิดทางสู่ระบบการชำระเงินที่ “เปลี่ยนสินทรัพย์ได้อย่างอิสระ” และยืดหยุ่นอย่างไม่เคยมีมาก่อน

จากแนวทางทั้งหมด เมชไม่ได้เป็นเพียงประตูสู่การชำระเงิน แต่กำลังกลายเป็น ‘โครงข่ายกลาง’ สำหรับโลกคริปโตในภาพรวม ความต้องการใช้สเตเบิลคอยน์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และความไม่เป็นหนึ่งเดียวของตลาดเปิดโอกาสให้เมช *ขึ้นมาแทนที่ระบบการเงินเดิม* อย่างมีศักยภาพในอนาคต

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1