เลเซอร์ ดิจิทัล บริษัทลูกด้านคริปโตของโนมูระ ยื่นขอใบอนุญาตจัดตั้งธนาคารทรัสต์ระดับประเทศในสหรัฐ เพื่อให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลและการซื้อขายคริปโตแบบสปอตภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลกลางโดยไม่ต้องขออนุญาตแยกจากแต่ละรัฐ
เมื่อวันที่ 24 ตามรายงานของ Financial Times บริษัทเลเซอร์ ดิจิทัลซึ่งอยู่ภายใต้กลุ่มโนมูระโฮลดิงส์ได้ยื่นขอ ‘ธนาคารทรัสต์ระดับประเทศ’ ต่อสำนักงานผู้ควบคุมเงินตราสหรัฐ(OCC) หากได้รับอนุมัติ บริษัทจะสามารถขยายบริการภายใต้กฎระเบียบของรัฐบาลกลางโดยไม่ต้องปฏิบัติตามการกำกับจากแต่ละรัฐ ซึ่งช่วยลดความซับซ้อนด้านกฎหมายไปได้มาก
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางกระแส ‘เร่งขออนุญาต’ จากภาคส่วนคริปโตและฟินเทคในการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานการเงินแบบดั้งเดิมผ่านช่องทาง OCC โดยในปี 2025 เพียงปีเดียว มีการยื่นขออนุญาตธนาคารทั้งหมด 14 ราย ซึ่งเกือบเท่ากับยอดการขออนุญาตรวมของ 4 ปีก่อนหน้านี้ แสดงให้เห็นว่าแนวโน้มการเปิดรับบริษัทคริปโตของภาครัฐชัดเจนยิ่งขึ้น
‘ความคิดเห็น’ แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนบรรยากาศที่เป็นมิตรต่อคริปโตคล้ายกับยุคของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากบทบาทของโจนาธาน โกลด์(Jonathan Gould) อธิบดี OCC ผู้แสดงจุดยืนสนับสนุนการลดข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ
นอกจากเลเซอร์ ดิจิทัลแล้ว ยังมีบริษัทหลายแห่งที่ยื่นขออนุญาตต่อ OCC ไม่ว่าจะเป็น World Liberty Financial ที่มีความเชื่อมโยงกับประธานาธิบดีทรัมป์ หรือบริษัทฟินเทคอย่าง Revolut ที่มีประวัติพิจารณาเข้าซื้อกิจการธนาคาร เช่นเดียวกับยักษ์ใหญ่ภาคยานยนต์อย่างฟอร์ดและเจนเนอรัลมอเตอร์ส(GM) ซึ่งต่างได้รับการอนุมัติจัดตั้งธนาคารจาก FDIC มาแล้ว
อีกตัวอย่างหนึ่งคือ พาล์เมอร์ ลักกี้(Palmer Luckey) ผู้ร่วมก่อตั้งสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยี Anduril ก็ได้รับการอนุญาตจาก OCC ในการจัดตั้งธนาคารที่เน้นบริการเกี่ยวกับ AI และสินทรัพย์ดิจิทัลโดยเฉพาะ ซึ่งสะท้อนความยืดหยุ่นของหน่วยงานกำกับดูแลในปัจจุบัน
ขั้นตอนของ OCC เริ่มจากการพิจารณาล่วงหน้าเป็นเวลา 4 เดือน จากนั้นเข้าสู่การตรวจสอบทางการเงินและการดำเนินงานที่อาจต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งปี ซึ่งแตกต่างจากช่วงก่อนหน้านี้ในยุคของรัฐบาลไบเดนที่มีการเข้มงวดขึ้นจนทำให้หลายบริษัทถอนคำขอเอง
อีกประเด็นที่เกี่ยวข้องคือ ‘ร่างกฎหมาย Clarity Act’ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาในวุฒิสภา ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างความชัดเจนด้านการกำกับดูแลคริปโต ทว่าการผ่านกฎหมายล่าช้าทำให้บริษัทในอุตสาหกรรมต้องเลือกหาทางเลือกอื่นเพื่อเดินหน้าธุรกิจ เช่นการขอใบอนุญาตผ่าน OCC
‘ความคิดเห็น’ ภายในภาคการธนาคารแบบดั้งเดิมก็มีความกังวลเกี่ยวกับผลตอบแทนจากสินทรัพย์คริปโต โดยเฉพาะเมื่ออัตราดอกเบี้ยจากโทเคนมีแนวโน้มสูงกว่าธนาคาร ส่งผลให้ภาคสถาบันอาจเผชิญการไหลออกของทุนในอนาคต
การเคลื่อนไหวของเลเซอร์ ดิจิทัลครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามเชิงรุกในการสร้างบทบาทในตลาดสหรัฐฯ แทนที่จะรอให้กฎหมายเปลี่ยนแปลง ถือเป็นกลยุทธ์ที่สอดรับกับกระแสที่ ‘สินทรัพย์ดิจิทัลและการเงินแบบดั้งเดิม’ เริ่มเข้ามาเชื่อมโยงกันมากขึ้น และความเคลื่อนไหวของบริษัทชั้นนำในภาคคริปโตขณะนี้อาจกำลังปูทางสู่ภูมิทัศน์ตลาดที่เปลี่ยนไปในไม่ช้า
ความคิดเห็น 0