แนสแด็ก MRX ยื่นคำขอถึงสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ(SEC) เพื่อขออนุมัติลิสต์สัญญาแบบไบนารีรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า ‘Outcome Related Options’ ซึ่งเป็นสัญญาแบบ ‘Yes-or-No’ ชำระด้วยเงินสด อ้างอิงดัชนีแนสแด็ก-100 เท่านั้น ความเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่าเป็นสัญญาณสำคัญของ ‘ตลาดคาดการณ์’ หรือ *prediction market* ที่กำลังขยายจากฝั่งคริปโตและสตาร์ทอัพ เข้าสู่สนามของตลาดซื้อขายอนุพันธ์แบบดั้งเดิมในวอลล์สตรีท
เมื่อวันจันทร์ (เวลาท้องถิ่น) ตามเอกสารที่ยื่นต่อ SEC แนสแด็กระบุว่าจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ‘Outcome Related Options’ โดยกำหนดราคาอยู่ในกรอบ 0.01ดอลลาร์ ถึง 1ดอลลาร์ต่อสัญญา โครงสร้างคือหาก ‘เงื่อนไขที่ระบุ’ เกิดขึ้นจริง จะจ่ายเงิน 1ดอลลาร์เต็มจำนวน หากไม่เกิดขึ้นจะจ่าย 0ดอลลาร์ ทำให้ลักษณะของสัญญาใกล้เคียงกับ ‘เดิมพันแบบทายถูก-ทายผิด’ อย่างชัดเจน นักลงทุนจึงสามารถเปิด ‘สถานะสองทาง’ ต่อทิศทางหรือผลลัพธ์ของตลาดได้ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย เหมือนการซื้อสิทธิ์ลุ้นผลลัพธ์ด้วยต้นทุนคงที่
จุดสำคัญคือ แนสแด็กระบุชัดว่าผลิตภัณฑ์ Outcome Related Options จะผูกกับ ‘แนสแด็ก-100’ และ ‘แนสแด็ก-100 ไมโคร’ เท่านั้น ไม่ครอบคลุมเหตุการณ์นอกตลาดการเงินอย่าง กีฬา วงการบันเทิง หรือการเมือง แตกต่างจากแพลตฟอร์มอย่างโพลีมาร์เก็ต(Polymarket) หรือคาลชิ(Kalshi) ซึ่งเปิดให้เทรด ‘เหตุการณ์ทุกประเภท’ ตั้งแต่ผลการเลือกตั้งไปจนถึงคะแนนภาพยนตร์ การจำกัดขอบเขตไว้เฉพาะ ‘ดัชนีหุ้น’ จึงถูกมองว่าเป็นความพยายามลดความเสี่ยงด้านกำกับดูแล และทำให้สินค้าดูใกล้เคียง ‘อนุพันธ์ทางการเงิน’ มากกว่า ‘เว็บพนันออนไลน์’
ดัชนีแนสแด็ก-100 เองคือชุดหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เช่น *เอนวีเดีย(NVDA), แอปเปิล(AAPL), ไมโครซอฟท์(MSFT), อเมซอน(AMZN), กูเกิล(GOOGL), เมตา(META), เทสลา(TSLA)* ที่มีความผันผวนสูงและส่งผลต่อบรรยากาศตลาดสหรัฐอย่างมาก ผลิตภัณฑ์ใหม่ของแนสแด็กจึงมีเป้าหมายชัดเจน คือดึง ‘ดีมานด์การเก็งสถานการณ์รายระยะสั้น’ ที่เราเห็นในตลาดคริปโตและ prediction market ให้เข้ามาอยู่ในกรอบมาตรฐานของตลาดหลักทรัพย์
หาก SEC ไฟเขียว แนสแด็กจะกลายเป็นผู้เล่นจากตลาดดั้งเดิมที่ลงมาแข่งขันโดยตรงกับแพลตฟอร์ม *prediction market* ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในฝั่งคริปโต ช่วงปีที่ผ่านมา ทั้ง *คอยน์เบส(Coinbase)* และ *คริปโตดอทคอม(Crypto.com)* เริ่มผนวกฟีเจอร์ทำนายเหตุการณ์เข้ากับแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโต ซึ่งทำให้เส้นแบ่งระหว่าง ‘บริการทางการเงินดั้งเดิม’ และ ‘ดีฟาย/คริปโต’ บางลงเรื่อยๆ ตามข้อมูลจากอุตสาหกรรม มูลค่าการซื้อขายในตลาดคาดการณ์ฝั่งคริปโตแตะระดับกว่า 10,000ล้านดอลลาร์ต่อเดือนอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นหนึ่งในกรณีใช้งานที่ร้อนแรงที่สุดของคริปโตในปีที่ผ่านมา
วอลล์สตรีทเองก็ไม่ได้นิ่งเฉย หลายกลุ่มกำลังทดลองผลิตภัณฑ์ใกล้เคียงกัน ทั้ง *อินเตอร์คอนติเนนทัล เอ็กซ์เชนจ์(ICE)*, *CMEกรุ๊ป*, และ *ชิคาโกออปชันส์ เอ็กซ์เชนจ์ โกลบอลมาร์เก็ต(Cboe Global Markets)* ล้วนเคยประกาศลงทุนหรือแสดงความสนใจในตลาดลักษณะเดียวกัน CMEกรุ๊ปเดินหน้าความร่วมมือกับ *แฟนดวล(FanDuel)* บริษัทเดิมพันของสหรัฐ เพื่อสำรวจผลิตภัณฑ์ที่ก้าวข้ามขอบเขตการเงินล้วนๆ ขณะที่ Cboe ชี้เป้าจะมุ่งเน้นสัญญาที่ผูกกับตัวชี้วัดด้านการเงินและเศรษฐกิจเป็นหลัก
ฝั่งสินทรัพย์ดิจิทัลก็มีการขยับตัวเช่นกัน เมื่อเดือนที่แล้ว บริษัทจัดการกองทุนคริปโต *บิตไวส์(Bitwise)* ยื่นคำขอ ETF ที่ชื่อ ‘PredictionShares’ ต่อ SEC โดยออกแบบให้กองทุนเข้าไปถือสัญญาเหตุการณ์ที่ผูกกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐปี 2028 ขณะเดียวกัน *กราไนต์แชร์ส(GraniteShares)* และ *ราวด์ฮิล(Roundhill)* ก็ยื่นแผนคล้ายกันเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ‘ความคิดเห็น’ การดึง ‘เหตุการณ์การเมืองระดับชาติ’ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ทางการเงิน สะท้อนว่า ‘ตลาดคาดการณ์’ กำลังเคลื่อนจากชายขอบเข้าสู่กระแสหลักของวอลล์สตรีทอย่างชัดเจน อย่างไรก็ดี เคสของแนสแด็กถือว่ามีโครงสร้างต่างออกไป เพราะเน้นเฉพาะเหตุการณ์ที่อิงดัชนีแนสแด็ก-100 ไม่ได้ไปแตะ ‘เนื้อหาการเมือง’ โดยตรง
แนสแด็กยังวางแผนขยาย Outcome Related Options ให้เทรดได้ไม่เฉพาะในแนสแด็ก MRX แต่รวมถึงตลาดออปชันอื่นในเครืออย่าง แนสแด็ก NOM และ แนสแด็ก PHLX ด้วย การออกแบบเช่นนี้ถูกมองว่าเป็นยุทธศาสตร์เพิ่มสภาพคล่อง ด้วยการเปิดโอกาสให้เทรดเดอร์และผู้ดูแลสภาพคล่องในแต่ละแพลตฟอร์ม เข้ามาช่วยผลักดันให้สัญญาใหม่นี้กลายเป็น ‘มาตรฐาน’ ทั่วทั้งเครือข่ายแนสแด็ก
โครงสร้างตลาดของแต่ละเอ็กซ์เชนจ์ก็มีรายละเอียดต่างกัน แนสแด็ก MRX ใช้ระบบ ‘รับคำสั่งตามลำดับก่อน-หลัง’ (first-come, first-served) โดยไม่มีการจ่าย ‘อินเซนทีฟเทรดดิ้ง’ ให้กับผู้ดูแลสภาพคล่อง ในทางกลับกัน แนสแด็ก NOM และ แนสแด็ก PHLX ใช้โมเดลค่าธรรมเนียมที่สามารถให้รางวัลแก่ผู้เพิ่มสภาพคล่องในตลาดได้ ‘ความคิดเห็น’ ตรงนี้จึงอาจกลายเป็นปัจจัยชี้ว่า สัญญา Outcome Related Options จะมีปริมาณการซื้อขายไหลไปรวมที่แพลตฟอร์มใดมากที่สุด เพราะเทรดเดอร์มืออาชีพมักเลือกตลาดที่มีทั้งส่วนลดค่าธรรมเนียมและสเปรดแคบกว่า
โดยภาพรวม ‘ตลาดคาดการณ์’ ยืนอยู่กึ่งกลางระหว่าง ‘การเก็งกำไรเชิงเดิมพัน’ กับ ‘การบริหารความเสี่ยง’ สำหรับผู้เล่นสถาบัน แนสแด็กกำลังพยายามดึงดีมานด์ที่เคยไหลเข้าสู่แพลตฟอร์มคริปโตและเว็บ prediction market ให้หันกลับมาซื้อขายผ่านผลิตภัณฑ์อนุพันธ์ที่อยู่ภายใต้กรอบกำกับดูแลแบบดั้งเดิม ผลลัพธ์จากการตัดสินใจของ SEC ต่อคำขอนี้ จึงอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทั้งต่อวอลล์สตรีทและอุตสาหกรรมคริปโต ว่าจะออกแบบ ‘สินค้าที่ใช้ทำนายอนาคต’ กันต่อไปในทิศทางไหน
ความคิดเห็น 0