กำไรจากการดำเนินงานครึ่งปีแรกของไวส์แพลนเน็ต คอมพานี (Wiseplanet Company) เพิ่มขึ้น 131.2% จากปีก่อน แตะระดับ 3,000 ล้านวอน ขณะที่รายได้เติบโตในอัตราหลักหน่วย แต่กำไรกลับโตเป็นเลขสามหลัก
ไวส์แพลนเน็ต คอมพานี เปิดเผยเมื่อวันที่ 25 (เวลาท้องถิ่น) ว่า รายได้รวมงบการเงินรวมในครึ่งปีแรกอยู่ที่ 33,200 ล้านวอน กำไรจากการดำเนินงาน 3,000 ล้านวอน และกำไรสุทธิ 3,700 ล้านวอน โดยเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้เพิ่มขึ้น 6.8% ส่วนกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 155.2%
ตัวชี้วัดด้านความสามารถในการทำกำไรก็ปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน โดยอัตรากำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจาก 4.2% ในครึ่งปีแรกของปีก่อน เป็น 9.2% ในปีนี้ หรือเพิ่มขึ้น 5.0 จุดเปอร์เซ็นต์
ผลประกอบการที่ดีขึ้นมาจากการเติบโตของแบรนด์หลักและการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานควบคู่กัน โดยแบรนด์เรือธงอย่าง ดร.พีล (Dr. Piel) ทำรายได้ในครึ่งปีแรก 21,000 ล้านวอน เพิ่มขึ้นราว 39% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีอัตรากำไรส่วนเกินอยู่ที่ 21.6%
ด้านแบรนด์เครื่องนอน นูจัม (Noojam) ทำรายได้ในครึ่งปีแรก 8,800 ล้านวอน โดยอัตรากำไรส่วนเกินเพิ่มขึ้นจาก 8.1% ในครึ่งปีแรกของปีก่อน เป็น 17.4% ในปีนี้
อัตรากำไรส่วนเกินเป็นตัวชี้วัดที่แสดงว่าสินค้าหรือแบรนด์หนึ่ง ๆ เหลือกำไรเท่าใดหลังหักต้นทุนผันแปรออกจากรายได้ มักใช้เปรียบเทียบความสามารถในการทำกำไรของแต่ละแบรนด์ควบคู่กับขนาดรายได้
ไวส์แพลนเน็ต คอมพานี ก่อตั้งขึ้นในปี 2013 ในฐานะบริษัทการตลาดที่เน้นผลลัพธ์ (performance marketing) ก่อนปรับทิศทางธุรกิจมาเป็นบริษัทคอมเมิร์ซที่เน้นแบรนด์ของตัวเองเป็นหลัก สื่อ Smart Today รายงานว่าในครึ่งปีแรกของปี 2026 ยอดขายสินค้าแบรนด์ตัวเองของบริษัทอยู่ที่ 32,597 ล้านวอน คิดเป็น 98.26% ของรายได้รวมงบการเงินรวม ขณะที่สัดส่วนรายได้จากการรับจ้างทำการตลาดอยู่ที่ 1.74%
ขณะเดียวกัน กระบวนการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (ไอพีโอ) ของบริษัทก็เดินหน้าคู่ขนานไปด้วย โดยเมื่อวันที่ 18 ที่ผ่านมา บริษัทได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ฉบับแก้ไข ซึ่งรวมผลประกอบการครึ่งปีแรกไว้ด้วย จำนวนหุ้นที่เสนอขายทั้งหมดอยู่ที่ 1.6 ล้านหุ้น ช่วงราคาเสนอขายที่คาดหวังอยู่ที่ 10,000-12,000 วอนต่อหุ้น โดยมีแดชิน ซีเคียวริตีส์ (Daishin Securities) เป็นผู้จัดจำหน่ายหลัก
การสำรวจความต้องการซื้อหุ้นจากนักลงทุนสถาบันมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-10 กันยายน ส่วนการจองซื้อหุ้นสำหรับนักลงทุนทั่วไปกำหนดไว้ระหว่างวันที่ 14-15 กันยายน ซึ่งสอดคล้องกับกำหนดการที่ระบุไว้บนหน้าเว็บไซต์นักลงทุนสัมพันธ์ (IR) ของไวส์แพลนเน็ต คอมพานีเช่นกัน
บริษัทระบุว่ามีแผนขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ที่มีอยู่ ปั้นแบรนด์ใหม่ และรุกตลาดต่างประเทศ โดยเงินที่ระดมได้จากการเสนอขายหุ้นหลังเข้าจดทะเบียนจะนำไปใช้เสริมความสามารถในการแข่งขันของแบรนด์หลัก ขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์ ธุรกิจระดับโลก และการลงทุนในแบรนด์เชิงกลยุทธ์
จู คยองมิน (Ju Kyung-min) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไวส์แพลนเน็ต คอมพานี กล่าวว่า “ในครึ่งปีแรก เราเห็นทั้งการเติบโตของแบรนด์หลักและการปรับตัวดีขึ้นของความสามารถในการทำกำไรอย่างเป็นรูปธรรม” พร้อมระบุว่า “เราจะอาศัยศักยภาพด้านข้อมูลและการบริหารแบรนด์แบบ D2C ต่อยอดการเติบโตของแบรนด์เดิม พร้อมขยายแกนการเติบโตไปสู่แบรนด์ใหม่และตลาดโลก” คำกล่าวนี้สะท้อนแนวทางของบริษัทที่จะเดินหน้าธุรกิจโดยเน้นแบรนด์ของตัวเองเป็นแกนหลัก พร้อมเตรียมใช้เงินทุนที่ได้จากการระดมทุนหลังไอพีโอเพื่อขยายธุรกิจต่อไป
ความคิดเห็น 0