บิตคอยน์(BTC) ดีดตัวกลับมากกว่า 3,000 ดอลลาร์ภายในวันเดียว คืนระดับเหนือ 65,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง แต่กระแส ‘นโยบายการเงินญี่ปุ่น’ กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่จะชี้ขาดว่าแนวโน้มขาขึ้นของราคา ‘บิตคอยน์(BTC)’ จะไปต่อหรือสะดุดลง นักวิเคราะห์เตือนว่าตรงข้ามกับสัญญาณบวกจากฝั่งวอชิงตัน การตัดสินใจจากฝั่งโตเกียวอาจเป็นตัวเปลี่ยนทิศทางของตลาดในรอบนี้
ตามรายงานข้อมูลล่าสุด ตลาดมองว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น(BOJ) มีโอกาสสูงที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปที่ระดับ 1% แม้นักลงทุนจำนวนมากจะรับรู้เหตุการณ์นี้ไปแล้วในฐานะ ‘อีเวนต์ที่แทบจะการันตี’ แต่ความไม่แน่นอนยังอยู่ที่ ‘ขนาด’ การขึ้นดอกเบี้ยและ ‘ถ้อยแถลงแนวโน้มในอนาคต’ ที่ BOJ จะส่งสัญญาณออกมา ข้อมูลจากคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าของสหรัฐ(CFTC) ระบุว่า ตำแหน่งเก็งกำไรฝั่งขายชอร์ตเงินเยนสะสมเกิน 115,000 สัญญา สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2017 ซึ่งยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะ ‘ชอร์ตสควอซ’ หาก BOJ ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยแรงกว่าคาด
สาเหตุที่ตลาดบิตคอยน์(BTC) อยู่ในโหมดระแวดระวัง มาจากประเด็น ‘แคร์รีเทรดเงินเยน’ นักลงทุนจำนวนมากใช้กลยุทธ์กู้เงินเยนต้นทุนต่ำ เพื่อนำไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก หากเงินเยนกลับมาแข็งค่ารุนแรง ตำแหน่งเหล่านี้มีโอกาสถูกปิดออกอย่างรวดเร็ว ทำให้สภาพคล่องทั่วโลกหดตัว และกดดันราคาสินทรัพย์เสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นคริปโตอย่างบิตคอยน์(BTC) หรือสินทรัพย์อื่น ให้ร่วงลงพร้อมกัน
‘ความคิดเห็น’ นักวิเคราะห์บางรายเตือนว่า หากสถานการณ์นี้เกิดขึ้นจริง บิตคอยน์(BTC) อาจเผชิญการปรับฐานระดับ 20–30% ได้ไม่ยาก โดยมีกรณีศึกษาใกล้ตัวจากการตัดสินใจของ BOJ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2024 ที่ผ่านมา ตอนนั้นบิตคอยน์(BTC) ร่วงจากโซนประมาณ 65,000 ดอลลาร์ ลงไปแตะบริเวณ 50,000 ดอลลาร์ในเวลาไม่นาน
ด้านมุมมองทางเทคนิค ภาพรวมก็ไม่ได้สดใสมากนัก แม้บิตคอยน์(BTC) จะรีบาวด์แรง แต่แนวรับเดิมแถว 70,000 ดอลลาร์ได้กลายเป็นแนวต้านสำคัญไปแล้ว ทำให้จังหวะดีดตัวถูกจำกัด ขณะเดียวกัน ระดับ 63,000 ดอลลาร์กำลังถูกจับตาในฐานะ ‘จุดชี้เป็นชี้ตาย’ ของแนวโน้มระยะสั้น หากราคาปิดต่ำกว่าบริเวณนี้อย่างชัดเจน ประตูลงทดสอบโซน 60,000 ดอลลาร์ และระดับต่ำกว่านั้นอาจถูกเปิดออก
ในทางกลับกัน หากฝั่งซื้อสามารถพาราคาบิตคอยน์(BTC) กลับไปยืนเหนือ 68,000 ดอลลาร์พร้อมปริมาณการซื้อขายหนาแน่น แนวโน้มขาขึ้นมีโอกาสกลับมาเดินหน้าต่อได้ แต่ถ้าขยับขึ้นไปไม่ถึงระดับดังกล่าว การรีบาวด์ครั้งนี้อาจถูกมองว่าเป็นเพียงการฟื้นตัวระยะสั้นในตลาดขาลง
อีกด้านหนึ่ง หากธนาคารกลางญี่ปุ่นตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยแต่ส่งสัญญาณเชิงผ่อนคลายควบคู่กันไป เช่น ยืนยันว่าจะยังคงสนับสนุนสภาพคล่องหรือไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง แรงสั่นสะเทือนต่อตลาดการเงินโลกอาจถูกจำกัด กรณีนี้ตำแหน่งชอร์ตเงินเยนอาจถูกทยอยปิดแบบค่อยเป็นค่อยไป ลดความเสี่ยง ‘ชอร์ตสควอซ’ รุนแรง และเปิดโอกาสให้บิตคอยน์(BTC) กลับไปทดสอบโซน 70,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง
ท้ายที่สุด ทิศทางระยะสั้นของบิตคอยน์(BTC) ในรอบนี้อาจถูกกำหนดด้วยปัจจัยมหภาคมากกว่าปัจจัยทางเทคนิค โดยเฉพาะ ‘นโยบายการเงินของญี่ปุ่น’ ที่กลายเป็นตัวแปรสำคัญอย่างยิ่ง ขณะที่ตลาดกำลังอยู่ในภาวะ ‘สมดุลที่เปราะบาง’ ซึ่งทั้งโอกาสขึ้นและลงยังเปิดกว้างพร้อมกัน นักลงทุนจึงต้องจับตาทั้งตัวเลขราคา 63,000–68,000 ดอลลาร์ และท่าทีจาก BOJ อย่างใกล้ชิดควบคู่กันไป
ความคิดเห็น 0