บิตคอยน์(BTC) อาจกลับไปทำ *จุดสูงสุดใหม่* ได้เร็วกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยมีนักวิเคราะห์บางรายระบุว่า ราคาอาจพุ่งแตะ 123,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 179.6 ล้านบาท) ภายในไตรมาสที่สองของปีนี้ แม้จะอยู่ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจระดับมหภาคก็ตาม
เจมี คูตส์(Jamie Coutts) หัวหน้านักวิเคราะห์คริปโตของบริษัทรีลวิชัน(Real Vision) ให้ความเห็นว่า "นักลงทุนกำลังประเมินความเร็วของการฟื้นตัวของบิตคอยน์ต่ำเกินไป" โดยอธิบายเพิ่มเติมว่า แม้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐหรือ *นโยบายภาษีนำเข้า* ของประธานาธิบดีทรัมป์ยังไม่ชัดเจน บิตคอยน์ก็อาจปรับตัวขึ้นได้รวดเร็วและแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง
ในระยะหลัง ราคาบิตคอยน์ลดลงต่ำกว่า 100,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลว่านโยบายเก็บภาษีนำเข้าของทรัมป์เป็นปัจจัยกดดันราคา อย่างไรก็ตาม คูตส์มองว่า *สภาพคล่องการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น* กลับเป็นแรงหนุนหลักที่อาจช่วยให้ราคาบิตคอยน์ฟื้นตัว โดยเฉพาะจากสถานการณ์ที่ *ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง* และธนาคารกลางจีนเริ่มอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบ
จากการวิเคราะห์ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (DXY) คูตส์คาดการณ์ว่า ราคาบิตคอยน์อาจเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 102,000 ดอลลาร์ ถึง 123,000 ดอลลาร์ ภายในวันที่ 1 มิถุนายน ซึ่งในกรณีที่สูงสุด จะสูงกว่าระดับสูงสุดก่อนหน้าที่เคยทำไว้เมื่อ 20 มกราคมที่ 109,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 159.1 ล้านบาท) ถึง 13%
ปัจจุบัน บิตคอยน์ซื้อขายอยู่ที่ระดับ 85,880 ดอลลาร์ (ประมาณ 125.5 ล้านบาท) ลดลงประมาณ 3.16% ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา
โรบี มิชนิก(Robbie Mitchnick) หัวหน้าฝ่ายสินทรัพย์ดิจิทัลของแบล็ครอค(BlackRock) แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า “หากเศรษฐกิจถดถอยเกิดขึ้นจริง ก็อาจกลายเป็น *แรงกระตุ้นเชิงบวก* ต่อราคาบิตคอยน์ได้”
ในอีกด้านหนึ่ง แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลออนเชน คริปโตควอนต์(CryptoQuant) กลับประเมินว่า ตลาดยังคงอยู่ในภาวะ *แนวโน้มขาลง* จากข้อมูลของดัชนี Bull Score Index ซึ่งอยู่ที่ระดับ 20 ถือเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2023 ทั้งนี้ หากยังคงอยู่ต่ำกว่า 40 อย่างต่อเนื่อง ตลาดอาจยังคงซบเซาในระยะยาว
ท่ามกลางการคาดการณ์ในทิศทางที่ขัดแย้งกันทั้งบวกและลบ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่า *นโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีทรัมป์* และแนวทางการอัดฉีดสภาพคล่องทั่วโลก จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางราคาบิตคอยน์ในระยะกลางถึงยาว
ความคิดเห็น 0