สินเชื่อและความเสี่ยงด้านเครดิต (exposure) ที่ 4 กลุ่มการเงินรายใหญ่ของเกาหลีใต้ปล่อยให้กับ 6 กลุ่มทุนลูกหนี้หลักเพิ่มขึ้นราว 12.5765 ล้านล้านวอนในรอบ 1 ปี โดยฮันวา(Hanwha) มีอัตราเพิ่มสูงสุด ตามมาด้วยฮุนไดมอเตอร์(Hyundai Motor) และเอสเค(SK) ซึ่งยอดเพิ่มขึ้นของทั้ง 3 กลุ่มรวมกันสูงถึง 9.6288 ล้านล้านวอน
ยอนฮับอินโฟแมกซ์(Yonhap Infomax) รายงานเมื่อวันที่ 25 (เวลาท้องถิ่น) ว่า ยอดรวมสินเชื่อและ exposure ที่ธนาคารเคบีไฟแนนเชียลกรุ๊ป(KB Financial Group), ชินฮันไฟแนนเชียลกรุ๊ป(Shinhan Financial Group), ฮานาไฟแนนเชียลกรุ๊ป(Hana Financial Group) และอูรีไฟแนนเชียลกรุ๊ป(Woori Financial Group) ปล่อยให้กับ 6 กลุ่มทุนหลัก ได้แก่ ซัมซุง(Samsung), ฮุนไดมอเตอร์, เอสเค, ฮันวา, ลอตเต้(Lotte) และแอลจี(LG) อยู่ที่ประมาณ 109.7154 ล้านล้านวอน ณ สิ้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นจากราว 97.139 ล้านล้านวอนในช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 12.9%
กลุ่มที่มีอัตราเพิ่มขึ้นสูงสุดคือฮันวา สินเชื่อและ exposure ที่ 4 กลุ่มการเงินปล่อยให้ฮันวาเพิ่มจากราว 15.678 ล้านล้านวอน เป็นราว 20.8003 ล้านล้านวอน หรือเพิ่มขึ้น 5.1223 ล้านล้านวอน คิดเป็น 32.7% ซึ่งยอดเพิ่มขึ้นของฮันวาเพียงกลุ่มเดียวคิดเป็นสัดส่วนราว 40% ของยอดเพิ่มขึ้นรวมทั้ง 6 กลุ่ม
ธุรกิจอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและต่อเรือของฮันวาแอโรสเปซ(Hanwha Aerospace) และฮันวาโอเชียน(Hanwha Ocean) ที่ขยายตัวต่อเนื่อง ถูกมองว่าเป็นปัจจัยหนุนให้ความต้องการเงินทุนเพิ่มขึ้น ทั้งเงินลงทุนขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับคำสั่งซื้อขนาดใหญ่และเงินทุนหมุนเวียน ซึ่งสอดคล้องกับการกู้ยืมจากภาคการเงินที่เพิ่มขึ้น
ฮุนไดมอเตอร์ก็มีอัตราเพิ่มขึ้นสองหลักเช่นกัน สินเชื่อและ exposure จาก 4 กลุ่มการเงินเพิ่มจากราว 14.4961 ล้านล้านวอน เป็นราว 16.807 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 2.3109 ล้านล้านวอน หรือ 15.9%
ฮุนไดมอเตอร์ยังคงลงทุนต่อเนื่องในธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าและโมบิลิตี้แห่งอนาคต รวมถึงการขยายโรงงานผลิต ด้วยลักษณะธุรกิจที่ต้องใช้เงินทุนระยะยาว ความต้องการเงินเพื่อวิจัยพัฒนาและลงทุนโรงงานจึงสะท้อนออกมาเป็นสินเชื่อจากภาคการเงินที่ขยายตัว
ส่วนเอสเคเพิ่มขึ้นจากราว 19.7834 ล้านล้านวอน เป็น 21.979 ล้านล้านวอนในช่วงเดียวกัน หรือเพิ่มขึ้น 2.1956 ล้านล้านวอน คิดเป็น 11.1% ขนาดสินเชื่อรวมของเอสเคใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากซัมซุง และยอดเพิ่มขึ้นก็สูงกว่า 2 ล้านล้านวอนเช่นกัน
มีการวิเคราะห์ว่าการขยายกำลังการผลิตชิปเอไอของเอสเคไฮนิกซ์(SK Hynix) รวมถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ศูนย์ข้อมูลเอไอในระดับกลุ่มบริษัท อาจมีส่วนเชื่อมโยงกับความต้องการเงินทุนจากภาคการเงินที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับรายงานก่อนหน้านี้ของ TokenPost ที่ระบุว่าการใช้ตลาดสินเชื่อของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเอไอได้ขยายไปสู่การออกหุ้นกู้แบบเสนอขายทั่วไปและสินเชื่อภาคเอกชน
สินเชื่อและ exposure ของซัมซุงเพิ่มจากราว 21.1152 ล้านล้านวอน เป็นราว 23.2204 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 2.1052 ล้านล้านวอน หรือ 10.0% หากพิจารณาตามขนาดแล้ว ซัมซุงมียอดสินเชื่อรวมมากที่สุดในบรรดา 6 กลุ่มทุน
ลอตเต้เพิ่มจากราว 15.5545 ล้านล้านวอน เป็นราว 16.4183 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 0.8638 ล้านล้านวอน หรือ 5.6% ขณะที่แอลจีลดลงเล็กน้อยจากราว 10.5118 ล้านล้านวอน เหลือราว 10.4904 ล้านล้านวอน ลดลง 0.0214 ล้านล้านวอน หรือ 0.2% ซึ่งถือว่าใกล้เคียงระดับปีก่อนแทบไม่เปลี่ยนแปลง
‘กลุ่มทุนลูกหนี้หลัก’ (주채무계열) หมายถึงกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่มียอดเงินกู้รวมและวงเงินสินเชื่อจากธนาคารเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ธนาคารเจ้าหนี้หลักของแต่ละกลุ่มมีหน้าที่ประเมินโครงสร้างทางการเงิน และหากจำเป็นก็สามารถบริหารความเสี่ยงด้านเครดิตผ่านข้อตกลงปรับปรุงโครงสร้างทางการเงินได้
สำนักงานกำกับดูแลการเงินเกาหลี(Financial Supervisory Service, FSS) เปิดเผยผลการคัดเลือกกลุ่มทุนลูกหนี้หลักประจำปี 2026 ว่า ยอดคงค้างสินเชื่อภาคธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ ณ สิ้นปี 2025 อยู่ที่ 2,173.2 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 168.9 ล้านล้านวอน โดยยอดสินเชื่อของกลุ่มทุนลูกหนี้หลักอยู่ที่ 386.9 ล้านล้านวอน และยอดเงินกู้รวมอยู่ที่ 743.9 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 15.1 ล้านล้านวอน และ 35.1 ล้านล้านวอน ตามลำดับ โดยปีนี้มีกลุ่มทุนลูกหนี้หลักทั้งสิ้น 42 กลุ่ม
สำหรับกลุ่มการเงินรายใหญ่ ธุรกิจสินเชื่อภาคธุรกิจกำลังกลายเป็นพื้นที่เติบโตใหม่ ท่ามกลางการคุมเข้มสินเชื่อภาคครัวเรือน โดย TokenPost เคยรายงานว่าวงเงินสินเชื่อที่ 4 กลุ่มการเงินรายใหญ่อนุมัติไว้ทะลุ 530 ล้านล้านวอน ณ สิ้นเดือนมิถุนายน แม้บางส่วนจะยังไม่ถูกเบิกใช้จริง แต่หากบริษัทลูกหนี้มีความต้องการเงินทุนเพิ่มขึ้น วงเงินเหล่านี้ก็อาจกลายเป็นสินเชื่อจริงได้ในอนาคต
แหล่งข่าวในแวดวงการเงินรายหนึ่งกล่าวว่า “บริษัทขนาดใหญ่มักใช้ช่องทางระดมทุนหลายรูปแบบร่วมกัน ทั้งหุ้นกู้และสินเชื่อธนาคาร ดังนั้นการดูเฉพาะยอดสินเชื่อภาคการเงินที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงเพียงอย่างเดียว จึงยังไม่สามารถระบุจุดประสงค์การใช้เงินได้ชัดเจน” พร้อมระบุว่า “แต่ก็เห็นแนวโน้มว่ากลุ่มทุนที่มีการลงทุนขนาดใหญ่ต่อเนื่อง มักมีความต้องการเงินทุนจากภาคการเงินเพิ่มขึ้นตามไปด้วย” คำกล่าวนี้สะท้อนว่าการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อไม่ได้บ่งชี้ถึงจุดประสงค์การใช้เงินที่ตายตัว แต่สัมพันธ์กับจังหวะการลงทุนของแต่ละกลุ่มมากกว่า
ทั้งนี้ ตัวเลขสินเชื่อและ exposure ไม่ได้นับเฉพาะเงินกู้ แต่ยังรวมถึงการค้ำประกันการชำระเงินและการถือครองหลักทรัพย์ที่สถาบันการเงินให้กับบริษัทด้วย ส่วนการเพิ่มขึ้นของหนี้สินจะกลายเป็นภาระทางการเงินของแต่ละกลุ่มหรือไม่นั้น ยังต้องพิจารณาควบคู่กับวัตถุประสงค์การใช้เงิน โครงสร้างการชำระคืน และความเร็วในการคืนทุนจากการลงทุนด้วย
ความคิดเห็น 0